Samsung ก้าวล้ำ Intel : เตรียมผลิตชิป 8 นาโนเมตร

 

Samsung เตรียมที่จะเริ่มกระบวนการผลิตชิประดับ 8 นาโนเมตร ก่อนกำหนดถึง 3 เดือน ในขณะที่คู่แข่งรายอื่น ยกตัวอย่างเช่น Intel เพิ่งเปิดตัวชิประดับ 10 นาโนเมตรไป ทาง Samsung ก็ก้าวล้ำไปอีกขั้นด้วยการเตรียมผลิตชิประดับ 8 นาโนมตร แบบ LPP (Low Power Plus) ซึ่งทางบริษัทกล่าวว่าสามารถจัดการพลังงานได้ดีขึ้น 10% และมีขนาดเล็กกว่าชิป 10 นาโนเมตรถึง 10%

Samsung ได้กล่าวว่า ชิปดังกล่าวนี้เหมาะสำหรับการทำงานทั้งในอุปกรณ์มือถือ, การลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurrency) และงานด้านเครือข่าย/เซิร์ฟเวอร์ โดยมีการยืนยันในเว็บไซต์ ZDNet ว่า Qualcomm จะใช้เทคโนโลยี 8 นาโนเมตร ในการผลิตชิป Snapdragon รุ่นใหม่ร่วมกับ Samsung ด้วย

แต่อย่างไรก็ดี ได้ข่าวลือจาก androidauthority ระบุว่า Qualcomm อาจเปลี่ยนจะมาใช้กระบวนการผลิตชิปรุ่นใหม่ระดับ 7 นาโนเมตรในอนาคต ร่วมกับ TSMC ซึ่งจะเป็นแบบ EV (Extreme Ultraviolet)

 

 

ที่มา :  engadget


รับทำ SEO บริการอันดับ 1 ด้านเว็บไซต์แบบครบวงจร เปลี่ยนเว็บไซต์เป็นเครื่องมือทำกำไรขั้นเทพ สร้างยอดขายไร้ขีดจำกัด สนใจทำSEO มาทางนี้เลย! เรายินดีให้คำปรึกษา ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ ประสบการณ์กว่า10ปี คลิกเลย! รับทำ SEO

Samsung, Google, HTC, Sony ร่วมก่อตั้งองค์กร GVRA เพื่อพัฒนา VR ให้ก้าวไกล

สิ่งที่บริษัท Acer, Google, HTC, Oculus, Samsung และ Sony มีเหมือนกัน (นอกเหนือจากการสร้างสมาร์ทโฟน) คือ การมุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยี VR (Virtual Reality) ยกตัวอย่างเช่น HTC Vive และ Samsung Gear VR และ Google Daydream ที่จะสร้างมาตรฐานสำหรับสมาร์ทโฟนที่รองรับเทคโนโลยี VR

ล่าสุด ทั้ง 6 บริษัทดังกล่าวได้ร่วมกันส่งเสริมและพัฒนา VR ภายใต้ความร่วมมือด้านเทคโนโลยีที่มีชื่อว่า Global Virtual Reality Association (GVRA) ซึ่งเป็นองค์กรที่ไม่หวังผลกำไร โดยมีวัตถุประสงค์ในการวิจัยและแบ่งปันการทดลองเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดในการร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยี VR ให้เป็นที่ยอมรับทั่วโลก อันจะเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภค ผู้กำหนดนโยบาย และภาคธุรกิจที่มีความสนใจในเทคโนโลยีดังกล่าวนี้

จากคำประกาศของ GVRA ระบุว่า

“VR เป็นเทคโนโลยีที่มีศักยภาพมากพอที่จะเป็นแพลตฟอร์มคอมพิวเตอร์อันยอดเยี่ยมในยุคต่อไป ช่วยยกระดับการพัฒนาตั้งแต่ภาคการศึกษาไปจนถึงการดูแลสุขภาพ และส่งผลสำคัญต่อเศรษฐกิจโลก”

หวังเป็นอย่างยิ่งว่าความร่วมมือกันของทั้ง 6 บริษัทในครั้งนี้ จะช่วยให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีขึ้นอย่างรวดเร็ว มิพียงแค่เทคโนโลยีที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตหรือที่มีอยู่แล้วเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเทคโนโลยีที่ยังไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้างอีกด้วย    ติดตามข่าวสาร เรื่องราวข่าวไอที รู้ทันทุกเรื่องไม่ตกเทรน เว็บไซต์ข่าวสารอัพเดท ได้เร็ว ใช้งานง่าย รูปแบบทันสมัย รับทำเว็บไซต์ สุพรรณบุรี ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำเว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำเว็บไซต์ รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ?

ข้อมูลอ้างอิง : phonearena.com และ GVRA

สื่อนอกวิเคราะห์สาเหตุ Samsung และ Apple พ่ายแพ้ย่อยยับในตลาดมือถือจีน

ย้อนกลับไปในปี 2014 ในช่วงเวลานั้น Samsung มียอดขายสมาร์ทโฟนสูงลิบและครองส่วนแบ่งได้ถึง 20% ในตลาดมือถือที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่างจีน ขณะที่ Apple เองนั้นก็ตามมาอยู่ที่ 14% ในปี 2015 ทว่าในช่วงปีที่ผ่านมานี้หลายอย่างกลับพลิกตาลปัตร เมื่อผลประกอบการไตรมาสล่าสุดที่เพิ่งผ่านมาปรากฏว่าส่วนแบ่งตลาด Samsung หายไปจากตลาด และ Apple ก็มีส่วนแบ่งลดลงเหลือเพียง 7%

phone-vendor-market-share-china
ทั้งนี้ ทาง Bloomberg สื่อดังได้ทำการวิเคราะห์ถึงสถานการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้นกับ 2 ยักษ์ใหญ่ที่ต้องดิ้นรนอย่างหนักในตลาดมือถือจีน โดยเริ่มจาก Samsung ที่การหันมาทำมือถือจับตลาดกลางและล่างนั้นกลายเป็นข้อเสียเปรียบเมื่อเทียบกับแบรนด์มือถือเจ้าถิ่นที่มีการแข่งขันสูงและมีราคาถูกกว่า รวมทั้งปัญหาจาก Galaxy Note 7 ที่สร้างผลกระทบอย่างหนักให้บริษัทอย่างมาก ขณะที่ Apple นั้น เจอปัญหาที่ซับซ้อนจากการกีดกันของรัฐบาลจีน ไม่ว่าจะเป็นการบล็อค iTunes Movies และ iBooks หรือการรณรงค์ไม่ใช้ไอโฟนของบริษัทสัญชาติจีน แต่ที่น่าสนใจกว่านั้นคือ การเติบโตของแบรนด์เจ้าถิ่นอย่าง Oppo และ Vivo ที่ในเวลานี้มีความพร้อมทั้งศักยภาพและมีราคาถูกเข้ามาเป็นทางเลือกหลักอย่างแท้จริง
1x-1
จากกราฟอ้างอิงที่สำรวจจากสถาบันวิจัยตลาด IDC จะสังเกตเห็นว่า ทั้ง Oppo และ Vivo นั้นก้าวขึ้นมาคว้าก้อนเค้กชิ้นโตในตลาดมือถือทั้งที่เพิ่งทำมือถือออกมาขายได้เพียง 5 ปี และใน 2-3 ปีก่อนหน้านี้ก็ยังเป็นเพียงแบรนด์เล็กๆ ที่คนส่วนใหญ่แทบไม่มีใครรู้จัก แม้ว่า Apple อาจจะครองผลกำไรในตลาดมือถือทั่วโลก แต่จากไตรมาสล่าสุดของตลาดมือถือใหญ่อันดับ 1 ของโลกนั้น มีเพียงชื่อของ Oppo, Vivo และ Huawei ครองส่วนแบ่งตลาดเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม เมื่อวิเคราะห์ต่อไปให้ลึกอีกนั้น กลยุทธ์สำคัญที่ทำให้ Oppo และ Vivo ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในตลาดมือถือแดนมังกรในเวลาอันสั้นคือ การเน้นไปที่การขายปลีกหน้าร้านแบบออฟไลน์ ซึ่ง Oppo มีร้านค้าปลีกย่อยมากมายตามพื้นที่ต่างๆ ในประเทศกว่า 240,000 สาขา ส่วน Vivo ก็มีหน้าร้านปลีกถึง 120,000 สาขา ซึ่งวิธีนี้ทำให้พวกเขาเอาชนะได้ทั้ง Samsung, Apple ที่มี Apple Store เพียง 10 สาขา รวมทั้ง Xiaomi แบรนด์สายเลือดเดียวกันที่มุ่งเน้นการตลาดแบบหวือหวา และหวังผลจาก flash sales บนออนไลน์เป็นหลัก ซึ่งมีร้านค้าปลีกแบบออฟไลน์รองรับบริการเพียงหลักร้อยสาขาเท่านั้น
ซึ่งจากประเด็นนี้ก็สามารถสรุปได้ว่า กลยุทธ์การตลาดแบบเก่าดั้งเดิมอย่างการขายปลีกมีหน้าร้านนั้น ยังเป็นวิธีที่ดีที่สุดสำหรับตลาดมือถือจีนในยุคนี้ ซึ่งหากแบรนด์ไหนที่คิดจะลอกเลียนแบบ Oppo และ Vivo ในตอนนี้อาจเป็นเรื่องที่ยากมากๆ แม้จะเป็นแบรนด์จีนด้วยกันก็ตาม  ติดตามข่าวสาร เรื่องราวข่าวไอที รู้ทันทุกเรื่องไม่ตกเทรน เว็บไซต์ข่าวสารอัพเดท ได้เร็ว ใช้งานง่าย รูปแบบทันสมัย รับทำเว็บไซต์ ลำปาง ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำเว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำเว็บไซต์ รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ?
ที่มา : beartai.com