OPPO สานต่อความสำเร็จในไทย พร้อมเปิดตัว OPPO F1s สีใหม่ “Classic Black”

oppo-thai-01

OPPO ถือเป็นหนึ่งในผู้พัฒนาและผลิตสมาร์ทโฟนจากประเทศจีนที่ก้าวเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยเป็นเวลากว่า 8 ปีแล้ว ด้วยความเชื่อมั่นในแนวทางการทำตลาดทำให้ OPPO ก้าวขึ้นเป็นแบรนด์อันดับ 3 ในประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อย พร้อมกับสานต่อความสำเร็จของ OPPO F1s ด้วยการส่งสีใหม่ “Classic Black” รุ่น Limited Edition เข้ามาวางขายในไทยเป็นครั้งแรก

นายลีโอ จ้าว (ที่ 2 จากซ้าย) ผู้อำนวยการฝ่ายขาย บริษัท ไทย ออปโป้ จำกัด และนายสุทธิพงศ์ อมรประดิษฐ์กุล (ที่ 2 จากขวา) ผู้เชี่ยวชาญด้านโปรดักส์ บริษัท ไทย ออปโป้ จำกัด

นายลีโอ จ้าว Sale Director ของ OPPO ประเทศไทย เปิดเผยว่าในช่วงไตรมาส 3  OPPO มีอัตราการเติบโตทางธุรกิจถึง 121% สามารถก้าวขึ้นเป็นอันดับ 1 ในตลาดสมาร์ทโฟนประเทศจีน และยังมีอัตราการเติบโตในประเทศไทยเมื่อไตรมาสที่ 3 ปี 2016 เพิ่มขึ้น 7.2% และเมื่อเทียบกับปีต่อปี  OPPO มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 66% ซึ่งเหตุผลในการเติบโตนายลีโอ จ้าว ให้เหตุผลไว้ 4 ด้าน ได้แก่

1. Good Product and Quality – เนื่องด้วย OPPO มีโรงงานที่ใช้สำหรับการพัฒนาและผลิตเป็นของตัวเอง ทำให้เป็นการง่ายในการควบคุมการผลิตและคุณภาพได้เองทั้งหมด

2. Good Features – ตัวกล้องและแบตเตอรี่ถือเป็นฟีเจอร์สำคัญสำหรับการพัฒนาสมาร์ทโฟน OPPO เห็นได้จากการมีกล้องหน้าที่มีประสิทธิภาพ และยังรวมถึงเทคโนโลยีที่ช่วยชาร์จแบตเตอรี่ได้อย่างรวดเร็วภายใต้ชื่อ VOOC Flash Charge

3. Long Term Invesment – การลงทุนอย่างต่อเนื่องเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสร้างการรับรู้และความคุ้นเคยให้กับผู้บริโภค

4. Good Service – การให้บริการถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากในการสร้างความสัมพันธ์กับผู้บริโภค ซึ่งประเทศไทยมีเคาท์เตอร์เซอร์วิซที่คอยให้บริการลูกค้าของ OPPO แล้วกว่า 40 แห่งทั่วประเทศ และจะมีการขยายเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่องในอนาคต

นอกจากนี้ OPPO ยังเดินหน้าสานต่อความสำเร็จของ OPPO F1s ด้วยสีใหม่ “Classic Black” เป็นรุ่น Limited Edition หน้าจอขนาด 5.5 นิ้ว กล้องหน้า 16 ล้านพิกเซล มาพร้อมโหมด Beautify 4.0, Selfie Panorama และ Screen Flash ส่วนกล้องหลังมีความละเอียด 13 ล้านพิกเซล โดย OPPO จะเริ่มเปิดให้ผู้สนใจสั่งจองได้ตั้งแต่วันที่ 2 – 9 ธันวาคม นี้ ที่ช้อป OPPO, Jaymart, CSC และ TG Fone ซึ่งผู้ที่สั่งจองในช่วงเวลาดังกล่าวจะได้รับชุดกิ๊ฟเซตสุดพรีเมียมไปครองอีกด้วย

oppo-thai-02

oppo-thai-03

ทั้งนี้ OPPO F1s Classic Black จะเริ่มวางขายตามช้อปทั่วประเทศในวันที่ 10 ธันวามคม เป็นต้นไป และจะเป็นรุ่นที่นำเข้ามาจำกัดแค่ 2,000 เครื่องเท่านั้น !!  ติดตามข่าวสาร เรื่องราวข่าวไอที รู้ทันทุกเรื่องไม่ตกเทรน เว็บไซต์ข่าวสารอัพเดท ได้เร็ว ใช้งานง่าย รูปแบบทันสมัย รับทำเว็บไซต์ ศรีสะเกษ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำเว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำเว็บไซต์ รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ?

สื่อนอกวิเคราะห์สาเหตุ Samsung และ Apple พ่ายแพ้ย่อยยับในตลาดมือถือจีน

ย้อนกลับไปในปี 2014 ในช่วงเวลานั้น Samsung มียอดขายสมาร์ทโฟนสูงลิบและครองส่วนแบ่งได้ถึง 20% ในตลาดมือถือที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่างจีน ขณะที่ Apple เองนั้นก็ตามมาอยู่ที่ 14% ในปี 2015 ทว่าในช่วงปีที่ผ่านมานี้หลายอย่างกลับพลิกตาลปัตร เมื่อผลประกอบการไตรมาสล่าสุดที่เพิ่งผ่านมาปรากฏว่าส่วนแบ่งตลาด Samsung หายไปจากตลาด และ Apple ก็มีส่วนแบ่งลดลงเหลือเพียง 7%

phone-vendor-market-share-china
ทั้งนี้ ทาง Bloomberg สื่อดังได้ทำการวิเคราะห์ถึงสถานการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้นกับ 2 ยักษ์ใหญ่ที่ต้องดิ้นรนอย่างหนักในตลาดมือถือจีน โดยเริ่มจาก Samsung ที่การหันมาทำมือถือจับตลาดกลางและล่างนั้นกลายเป็นข้อเสียเปรียบเมื่อเทียบกับแบรนด์มือถือเจ้าถิ่นที่มีการแข่งขันสูงและมีราคาถูกกว่า รวมทั้งปัญหาจาก Galaxy Note 7 ที่สร้างผลกระทบอย่างหนักให้บริษัทอย่างมาก ขณะที่ Apple นั้น เจอปัญหาที่ซับซ้อนจากการกีดกันของรัฐบาลจีน ไม่ว่าจะเป็นการบล็อค iTunes Movies และ iBooks หรือการรณรงค์ไม่ใช้ไอโฟนของบริษัทสัญชาติจีน แต่ที่น่าสนใจกว่านั้นคือ การเติบโตของแบรนด์เจ้าถิ่นอย่าง Oppo และ Vivo ที่ในเวลานี้มีความพร้อมทั้งศักยภาพและมีราคาถูกเข้ามาเป็นทางเลือกหลักอย่างแท้จริง
1x-1
จากกราฟอ้างอิงที่สำรวจจากสถาบันวิจัยตลาด IDC จะสังเกตเห็นว่า ทั้ง Oppo และ Vivo นั้นก้าวขึ้นมาคว้าก้อนเค้กชิ้นโตในตลาดมือถือทั้งที่เพิ่งทำมือถือออกมาขายได้เพียง 5 ปี และใน 2-3 ปีก่อนหน้านี้ก็ยังเป็นเพียงแบรนด์เล็กๆ ที่คนส่วนใหญ่แทบไม่มีใครรู้จัก แม้ว่า Apple อาจจะครองผลกำไรในตลาดมือถือทั่วโลก แต่จากไตรมาสล่าสุดของตลาดมือถือใหญ่อันดับ 1 ของโลกนั้น มีเพียงชื่อของ Oppo, Vivo และ Huawei ครองส่วนแบ่งตลาดเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม เมื่อวิเคราะห์ต่อไปให้ลึกอีกนั้น กลยุทธ์สำคัญที่ทำให้ Oppo และ Vivo ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในตลาดมือถือแดนมังกรในเวลาอันสั้นคือ การเน้นไปที่การขายปลีกหน้าร้านแบบออฟไลน์ ซึ่ง Oppo มีร้านค้าปลีกย่อยมากมายตามพื้นที่ต่างๆ ในประเทศกว่า 240,000 สาขา ส่วน Vivo ก็มีหน้าร้านปลีกถึง 120,000 สาขา ซึ่งวิธีนี้ทำให้พวกเขาเอาชนะได้ทั้ง Samsung, Apple ที่มี Apple Store เพียง 10 สาขา รวมทั้ง Xiaomi แบรนด์สายเลือดเดียวกันที่มุ่งเน้นการตลาดแบบหวือหวา และหวังผลจาก flash sales บนออนไลน์เป็นหลัก ซึ่งมีร้านค้าปลีกแบบออฟไลน์รองรับบริการเพียงหลักร้อยสาขาเท่านั้น
ซึ่งจากประเด็นนี้ก็สามารถสรุปได้ว่า กลยุทธ์การตลาดแบบเก่าดั้งเดิมอย่างการขายปลีกมีหน้าร้านนั้น ยังเป็นวิธีที่ดีที่สุดสำหรับตลาดมือถือจีนในยุคนี้ ซึ่งหากแบรนด์ไหนที่คิดจะลอกเลียนแบบ Oppo และ Vivo ในตอนนี้อาจเป็นเรื่องที่ยากมากๆ แม้จะเป็นแบรนด์จีนด้วยกันก็ตาม  ติดตามข่าวสาร เรื่องราวข่าวไอที รู้ทันทุกเรื่องไม่ตกเทรน เว็บไซต์ข่าวสารอัพเดท ได้เร็ว ใช้งานง่าย รูปแบบทันสมัย รับทำเว็บไซต์ ลำปาง ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำเว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำเว็บไซต์ รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ?
ที่มา : beartai.com