แห่กลับสงกรานต์ ออกกรุง ทุกสายติดหนึบ

new1-9416

คนแห่ออกกรุง- กลับบ้านสงกรานต์ ถนนเหนือ-อีสานเริ่มหนึบ สายมิตรภาพมีรถหนาแน่น ขึ้นป้ายเตือน-เส้นทางเลี่ยง ส่วนถนนเอเชีย-พหลฯปริมาณก็คับคั่ง ขณะที่รถไฟโคราช-หาดใหญ่-ไปจว.เหนือถูกจองเต็มยาวถึง 18 เม.ย. โคราชต้องเพิ่มตู้โดยสาร 10 โบกี้ หาดใหญ่เสริม 8 โบกี้ ส่วนหมอชิต-หัวลำโพงคึกคักแล้ว คนเริ่มกลับภูมิลำเนาแล้วเช่นกัน ขณะที่เด็กน.ร.เชียงรายประเดิมสาดน้ำ ตราดเพิ่มเป็น 10 วันอันตราย ประจวบฯสำรวจจุดเสี่ยง-จุดอันตราย ด่านสะเดาคึกคัก-ต่างชาติแห่เที่ยวไทย รวมถึงห้องพักที่ตรังเริ่มจองเต็ม ด้าน “บิ๊กตู่” ย้ำจับแน่ สาวแต่งโป๊-อนาจาร-แนะอย่าเมา เพิ่มวงเงินคุ้มครองประกันภัยช่วงสงกรานต์ด้วย ตีปี๊บช็อป-ลดหย่อนภาษี

ที่มา : khaosod

เซ็กซ์โจ๋งครึ่ม!! ชาย-หญิงโชว์บทรักกลางทะเลพัทยา ไม่แคร์สายตา-ชาวบ้านโมโหเข้าต่อว่า

7-4-59-06

เมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 7 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีคู่รักชาวต่างชาติแสดงบทรักโจ๋งครึ่มกลางทะเล บริเวณชายหาดเมืองพัทยา จ.ชลบุรี เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ พบคู่รักชาย-หญิงชาวต่างชาติ ลักษณะคล้ายชาวเอเชีย แสดงบทรัก อยู่ภายในน้ำทะเล ห่างจากชายฝั่งไม่ถึง 30 เมตร โดยฝ่ายหญิงนั้นนั่งคร่อมอยู่บนร่างของชายชาวต่างชาติ โอบกอดลักษณะมีเพศสัมพันธ์กันใต้น้ำ ท่ามกลางแสงไฟที่สว่าง

จากนั้นได้มีประชาชนเห็นเหตุการณ์ ก็เดินไปต่อว่าด้วยความโมโห เมื่อเวลาผ่านไป 2 นาที ทั้งคู่ก็ขึ้นจากน้ำทะเลแล้วพากันเดินกลับที่พัก โดยไม่สนใจต่อสายตาของชาวบ้าน และนักท่องเที่ยวที่ผ่านมาพบเห็น

7-4-59-06 2

โดยชาวบ้านและนักท่องเที่ยวที่เห็นเหตุการณ์ ต่างก็พากันวิพากษ์วิจารณ์ ถึงพฤติกรรมของหญิงและชายชาวต่างชาติที่ไม่เหมาะสม และเรียกร้องให้ผู้เกี่ยวข้อง เร่งหาทางแก้ปัญหาในลักษณะนี้ เพราะถือเป็นแบบอย่างไม่ดีต่อเยาวชนในสังคมไทย

ที่มา : khaosod

ทักษิณท้ายัดข้อหา โดนขันแดงอีกคดีจะเป็นไร ‘บิ๊กตู่’สวนสมควรทำไหม

4-4-59-05

บิ๊กตู่ประชดทำไมไม่แจกตุ่ม ฮิวแมนไรท์ซัดคดีขันไร้สาระ

บิ๊กตู่” กลับถึงไทย อัดสื่อเซ้าซี้นานาชาติจับตาโรดแม็ป ลั่นไม่ได้เป็นเมืองขึ้นใคร ย้อนแจกขันแดงคนหนีคดีมันสมควรหรือไม่ “รู้จักมั้ยหิริโอตตัปปะ” ประชดถ้าเจตนาดีทำไมไม่แจก “ตุ่ม” “ทักษิณ” โพสต์เดือดแทน 3 อดีต ส.ส. ท้าทายโดนยัดข้อหามาหลายคดีแล้ว จะโดนอีกสักกระทงแจกขันน้ำทำลายความมั่นคงจะเป็นไรไป ไล่เอาเวลาไปดูแลประชาชนให้คุ้มภาษี เหน็บ หรือเป็นนโยบายดึงนักท่องเที่ยว “สิรินทร” โดนเดี่ยวข้อหาผิด ม.116 ผบช.ภ.5 คุยเก็บกวาดขันแดงเกลี้ยง ฮิวแมนไรท์ฯ-แอมเนสตี้ฯกระหน่ำ รบ. ไล่บี้ฝ่ายเห็นต่างแบบไร้สาระ “มีชัย” แจงหัวใจหลักตั้งธงขจัดคนโกงให้พ้นเส้นทาง ฟุ้ง รธน.เฉลี่ยสุข สปท.อัดยาแรงชงตั้งรางวัลนำจับซื้อเสียง ทุจริตเลือกตั้งโดนหนักปรับ 20 ล้านพ่วงอาญา

หลังจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงนำกำลังบุกยึดขันน้ำสีแดงที่บ้าน 3 อดีต ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ให้สัมภาษณ์ย้อนถามว่า ถ้ามีเจตนาดีจริง ทำไมไม่แจกตุ่มไว้ใส่น้ำฝน ขณะที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ โพสต์อินสตาแกรมท้าทายให้ยัดข้อหามาได้เลย

“บิ๊กตู่” อัดสื่อเซ้าซี้ถามโรดแม็ป

เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 3 เม.ย. ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์หลังเดินทางกลับจากสหรัฐอเมริกา ถึงกรณีที่ต่างประเทศยังเฝ้าจับตาโรดแม็ปของไทย ว่า “เขาจะเข้าใจโรดแม็ปหรือไม่เข้าใจก็เป็นเรื่องของเขา ผมเข้าใจ ทำไมประเทศไทยเป็นเมืองขึ้นของใครหรือเปล่า ถ้าไม่ได้เป็นก็อย่าถามอีก ผมก็บอกไปแล้วว่า โรดแม็ปก็คือโรดแม็ป เขาก็ไม่ได้ถามอะไร ก็ยืนยันว่าเป็นไปตามโรดแม็ป ทำไมเขาถึงพูดรู้เรื่อง ผมก็ตอบไปว่า จะมีการเลือกตั้งในปี 60 เขาไม่เห็นถามอะไรเซ้าซี้อย่างที่พวกเราถาม มันเป็นอะไรกัน หรืออยากจะไปอยู่กับเขา ก็ไปซิไปอยู่กับเขาซะ”

ลั่นแจกขันแดงมันสมควรหรือไม่

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ เข้าตรวจค้นและยึดขันน้ำสีแดง พิมพ์ข้อความและมีลายเซ็นนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่บ้าน 3 อดีต ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ที่เตรียมไว้แจกช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งนายกฯไม่ได้ตอบคำถามทันที แต่ย้อนถามสื่อว่า “ที่ถามใช่เรื่องดินแดงหรือเปล่า” เมื่อผู้สื่อข่าวย้ำว่า เรื่องการแจกขันสีแดง พล.อ.ประยุทธ์จึงกล่าวว่า ทำไม ขันสีแดง สีเหลือง หรือสีอะไร มันตักน้ำได้หรือเปล่า หรืออยากได้สีแดง อาบแล้วสบายกว่าสีอื่นหรือ “แล้ววันนี้ใครใช้ขันอาบน้ำบ้าง ทำไมถึงอยากได้ มันใบละกี่สตางค์ ซื้อกันไม่เป็นเหรอ หรือว่าอยากได้ของฟรี ใครให้มาแล้วมีรูปใครล่ะ ตำรวจไปเช็กมาว่าผิดกฎหมายหรือไม่ การสนับสนุนผู้กระทำความผิดหนีคดีและแพร่รูปให้สังคมเห็น ให้สังคมสนใจ ตรงนี้ผิดหรือเปล่า ถ้าไม่ผิดก็คือไม่ผิด แต่มันควรทำหรือเปล่า บางอย่างไม่ได้ผิด บางอย่างก็ผิด บางอย่างมันสมควรทำหรือไม่ เขาเรียกความละอายและเกรงกลัวต่อบาป รู้จักมั้ยหิริโอตัปปะ หรือไม่รู้จัก ถ้าเป็นคนไทยนับถือพระพุทธศาสนา ต้องนับถือศีลให้ครบ ไม่ใช่นับถือเพียงบางข้อ”

ประชดเจตนาดีทำไมไม่แจก “ตุ่ม”

ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า แต่ถ้าขันแดงที่เตรียมแจกไม่ได้ติดรูปของใคร พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ถ้ามันไม่มีรูปจะผิดอะไรเล่า มันมีรูปหรือเปล่า ถ้าไม่มีอยากจะแจกก็แจกไป ช่วงเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นจับกุม อาจงง เพราะเดี๋ยวก็มีรูป เดี๋ยวก็ไม่มีรูป สื่อก็รู้เจตนาว่าเขาทำเพื่ออะไร เป็นเครื่องขยายเสียงให้เขาได้ทุกวัน ถ้าเจตนาดีมันจะมาแจกทำไมกันละขัน แจกตุ่มซิเอาไว้เก็บน้ำฝน ขันเอามาทำไม ปัทโธ่ ก็รู้อยู่ว่าเจตนาเขาทำเพื่ออะไร สื่อก็มาถามอยู่นั่น เจ้าหน้าที่ก็เบื่อไม่อยากจะทำ ไม่รู้ทำเพื่อใคร เป็นศัตรูกับข้างนั้นข้างนี้ จำกัดข้างนั้นข้างนี้ มันยุ่งมากนักทุกคนก็ไม่ต้องทำอะไรทั้งสิ้น จะได้พอใจกันสักที หมดคำถามแค่นี้แล้วใช่มั้ย เช้านี้กำลังอารมณ์ดีๆอยู่

“ปนัดดา” ซัดคนใช้สีทำแตกแยก

ขณะที่ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้นำคำกล่าวให้โอวาทแก่เยาวชน 76 จังหวัดและ กทม. ในโครงการครอบครัวพอเพียงสู่สถานศึกษาและชุมชน มาโพสต์ลงเฟซบุ๊กว่า สีมีไว้ให้เป็นความหลากหลายในการแข่งขันกีฬาสถาบัน โรงเรียน ส่วนราชการ จังหวัด บริษัทร้านค้า ฟุตบอลประเพณี ดั่งคำที่ว่า “กีฬา กีฬา เป็นยาวิเศษ แก้กองกิเลส ทำคนให้เป็นคน” แต่นี่คิดได้อย่างไรเอาสีมาแบ่งแยกผู้คนพลเมืองให้เป็นความแตกแยก ให้เป็นศัตรูระหว่างคนในชาติ ทำร้ายกัน ลบหลู่ดูหมิ่นกัน ไม่มีอารยประเทศใดเขากระทำกัน

“ทักษิณ” ท้าทายยัดข้อหาได้เลย

ต่อมาเวลา 15.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งอยู่ที่มณฑลกว่างโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน โพสต์ลงอินสตาแกรมส่วนตัว เป็นรูปภาพนายทักษิณขณะเล่นน้ำสงกรานต์ และขันน้ำสีแดง ระบุข้อความ “สุขสันต์วันสงกรานต์ ปีใหม่ไทย” และลงข้อความใต้ภาพว่า “เมื่อวันที่ 2 เม.ย.ทหารบุกเข้าไปยึดขันน้ำที่สำนักงานอดีต ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทยทั้ง 3 ท่านครับ ขันน้ำ อันไม่กี่บาท เป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่ทุกวันสงกรานต์ ผมจะต้องทำของมาแจกทุกปีอยู่แล้ว แจกมาเป็นสิบๆ รอบ ไม่เห็นเคยมีปัญหาทำให้ความมั่นคงของชาติจะสั่นคลอนไปแต่อย่างใด วันนี้ทหารแจ้งว่าจะตั้งข้อหาผิดมาตรา 116 และคาดคั้นให้ ส.ส.ทั้ง 3 ตอบมาว่าขันใบนี้ได้มาจากไหน ขันก็ชื่อผม ส.ส.เพื่อไทยเป็นคนนำไปแจก ไม่เห็นต้องคาดคั้นกันให้มากความ จะตั้งข้อหาอะไรก็ตั้งมาเลย แล้วเอาเวลาไปดูแลพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องภัยแล้ง เรื่องระเบิดภาคใต้ เรื่องยาเสพติดที่ระบาดเต็มเมือง ให้คุ้มกับเงินภาษีอากรที่เสียให้พวกท่านจะดีกว่า โดนยัดข้อหามาหลายคดีแล้ว จะโดนข้อหาแจกขันน้ำทำลายความมั่นคงอีกสักกระทงจะเป็นไรไป เผลอๆจะดีเสียอีก เป็นข่าวดังไปทั่วโลกอดีตนายกฯไทย โดนข้อหาแจกขันน้ำทำลายความมั่นคงเนื่องในวันสงกรานต์ของไทย หรือว่ามันเป็นนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวของรัฐบาลนี้ทำให้วันสงกรานต์โด่งดังไปทั่วโลกในยุคเศรษฐกิจฝืดเคือง”

ขั้นต้นแจ้งข้อหา “สิรินทร” ผิด ม.116

อีกด้าน พล.ต.ชัยณรงค์ แกล้วกล้า ผบ.กกล. รส.มทบ.38 กล่าวถึงกรณีตำรวจ ทหาร มทบ.38 บุกตรวจค้นบ้านนางสิรินทร รามสูต นายณัฐพงษ์ สุปรียศิลป์ และ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว อดีต ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย พร้อมยึดขันสีแดงมีข้อความและลายเซ็น ดร.ทักษิณ ชินวัตร เมื่อวันที่ 2 เม.ย. ว่า เบื้องต้นมีการแจ้งข้อกล่าวหานางสิรินทร ฐานกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวิธีใดๆ อันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือไม่ใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต เพื่อให้เกิด ความปั่นป่วน หรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน ถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี เพราะนางสิรินทรทำขันน้ำสีแดงแจกจ่ายให้กับ นพ.ชลน่าน และนายณัฐพงษ์ แต่ นพ.ชลน่าน และนายณัฐพงษ์ ยังไม่มีการแจกจ่ายแต่อย่างใด จึงยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหา และอยู่ระหว่างตรวจสอบ ด้าน นพ.ชลน่านกล่าวถึงกรณีมีผู้เผยแพร่ภาพถังน้ำสีแดง ข้างถังเขียนว่า “สงกรานต์ 2559 จากใจทักษิณ ชินวัตร” ในโลกโซเชียลว่า อาจเป็นผู้ไม่หวังดีสร้างกระแสปั่นป่วนกระแสขันน้ำสีแดง ที่กำลังเป็นประเด็นอยู่ขณะนี้

ผบช.ภ.5 เก็บกวาดขันแดงเกลี้ยง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ทั้งตำรวจและทหารยังเข้าตรวจสอบตามจุดต้องสงสัยต่างๆ แต่ไม่พบขันน้ำสีแดงแม้แต่ใบเดียว ซึ่ง พล.ต.ท.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ผบช.ภ.5 กล่าวว่า ที่ จ.เชียงใหม่คงไม่มีขันแดงแล้ว หลังเกิดเหตุคงเก็บไปหมดแล้ว และคงไม่มีปัญหาอะไร ทั้งฝ่ายทหารและตำรวจร่วมกันติดตาม และขอความร่วมมือประชาชนด้วย ด้านนางจีรวรรณ เจริญสุข ผู้ต้องหาในคดีขันแดง ที่อยู่ในระหว่าง ประกันตัว กล่าวว่า คงไม่พูดอะไรแล้ว ขอตั้งหน้าทำบุญตามวัด และบ้านเด็กกำพร้า เพื่อความสบายใจ

พท.ฟุ้งคนเรียกร้องจนขาดตลาด

ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทยว่า ช่วงใกล้ถึงเทศกาลสงกรานต์ อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทยบางส่วน โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือและอีสานได้จัดเตรียมขันน้ำสีแดงส่งความสุขแจกจ่ายให้ประชาชนในพื้นที่ของตัวเอง บางจังหวัดเตรียมไว้หลักหมื่นใบบางจังหวัดหลักพันใบ ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนในพื้นที่จำนวนมาก ทำให้ขันน้ำสีแดงขาดตลาด จนต้องหาสีอื่นมาแจกจ่ายแทน

“ตู่” ปิ๊งจัดเรียลลิตี้ปรับทัศนคติ

วันเดียวกัน นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานนปช. กล่าวในรายการมองไกล ผ่านทางยูทูบ ถึงกรณี พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ. จัดทำหลักสูตรอบรมปรับทัศนคติคนที่เห็นต่างจากรัฐบาลเป็นเวลา 7 วัน ว่า ถ้าจะปรับทัศนคติคนเห็นต่างแล้ว ควรออกแบบหลักสูตรอบรมให้มีทั้งทหาร กลุ่มการเมือง และพรรคการเมืองไปเข้าหลักสูตร 7 วัน ในหัวข้อจะปรับทัศนคติเข้าหาชาติบ้านเมืองได้อย่างไร แล้วถ่ายทอดสดให้ประชาชนรับรู้ครบถ้วน ถ้าทหารยังมีความเชื่อว่าเป็นฝ่ายถูกอย่างเดียว จะได้อธิบายว่าถูกอย่างไร คนที่ถูกนำตัวเข้าหลักสูตรจะได้สะท้อนปัญหาให้ฟัง แต่ต้องปล่อยเสรี ไม่ปิดตาคลุมหัว หรือถูกควบคุมการอบรม 7 วัน ไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าฝ่ายใดถูกหรือผิด ต้องไม่ตัดสินด้วยความเชื่อตัวเอง เพราะในความหมายของคนอื่นอาจเป็นคนผิดก็ได้

พท.แนะเปิดสภาฯให้ ส.ส.จ้อดีกว่า

นายอำนวย คลังผา อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นมีจุดเริ่มต้นจากฝ่ายการเมือง จึงเห็นว่า คสช.ควรเรียกประชุมอดีต ส.ส.ทุกคน ที่ดำรงตำแหน่งก่อนมีการยึดอำนาจวันที่ 22 พ.ค.2557 มาประชุมร่วมกันที่ห้องประชุมรัฐสภา โดยให้ ผบ.เหล่าทัพ ทุกคนร่วมรับฟังเพื่อหาทางแก้วิกฤติของประเทศ สร้างความปรองดองและเดินหน้าปฏิรูปประเทศ เพราะการจัดปรับทัศนคติด้วยการพูดคุยกับคนเพียงไม่กี่คน ไม่มีประโยชน์ มาคุยกันตรงนี้ดีกว่าจะได้รับความคิดเห็นที่หลากหลาย อย่ามองว่านักการเมืองเลวไปเสียหมด

คสช.โวย “บิ๊กจิ๋ว” ทำสังคมสับสน

พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษก คสช.กล่าวถึงกรณี พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงสาเหตุที่ต้องยกเลิกแถลงข่าวเพราะเกรงจะกระทบกับข้าราชการในพื้นที่ ว่า เชื่อว่า พล.อ.ชวลิตอาจได้รับข้อมูลจากแหล่งข่าวที่ไม่น่าเชื่อถือ ดูคลาดเคลื่อนไม่ตรงกับข้อเท็จจริง การให้ข้อมูลในลักษณะนี้อาจทำให้สังคมเข้าใจผิด หรือไม่สบายใจต่อการใช้อำนาจของ คสช.ได้ ที่ผ่านมามีบุคคลที่ทำให้สังคมเข้าใจว่ามีเรื่องแฝงนัยทางการเมือง หรือให้ข้อมูลไม่ครบถ้วน ทำสังคมสับสน เจ้าหน้าที่มักใช้แนวทางขอความร่วมมือไปที่ตัวบุคคลเป็นหลัก ไม่ใช่ไปโยกย้ายข้าราชการหรือกดดันเจ้าหน้าที่ ปัจจุบันรัฐบาลและ คสช.พยายามนำพาประเทศให้ก้าวไปข้างหน้า จึงอยากขอความร่วมมือทุกกลุ่มทุกฝ่าย เห็นแก่ประเทศชาติ ด้วยการหลีกเลี่ยงการดำเนินการใดๆที่ทำให้สังคมเกิดปัญหาในทุกแง่มุม

โหร คมช.ฟันธงบ้านเมืองราบรื่น

ที่วิหารหลวงปู่เกวาลัน บ้านสุขิโต ต.ป่าตัน อ.เมืองเชียงใหม่ นายวารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ โหร คมช. จัดพิธีทำบุญไหว้ครูประจำปี โดยมี พล.ท.เทพพงศ์ ทิพยจันทร์ แม่ทัพภาคที่ 1 เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย พล.ท.วิชัย แชจอหอ แม่ทัพภาคที่ 2 และ พล.ต.ท.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ผบช.ภ.5 หัวหน้าส่วนราชการ และผู้บริหารองค์กรเอกชน ร่วมงานกว่า 200 คน จากนั้นนายวารินทร์ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์บ้านเมือง ว่า ไม่มีอะไรน่าห่วงผ่านพ้นวิกฤติไปแล้ว ยังเห็นการเลือกตั้งมีอยู่อาจคลาดเคลื่อนไปตามสถานการณ์บ้างนิดหน่อย ทุกอย่างผ่านพ้นไปแล้ว เพราะบ้านเมืองรับกรรมหมดสิ้นไปแล้ว อยากเตือนสติว่าบ้านเมืองเราผ่านวิกฤติมาแล้ว ส่วนการแจกขันน้ำสีแดง ไม่ส่งผลกระทบอะไรในช่วงนี้ บ้านเมืองสงบร่มเย็นแล้ว ไม่ทราบว่าคนที่ออกมาเพื่อวัตถุประสงค์อะไร คนที่มาปั่นป่วนสร้างสถานการณ์เหล่านั้นเป็นคนไทยหรือเปล่า

ฮิวแมนไรท์ฯกระหน่ำ รบ.ไร้สาระ

ขณะที่ องค์กรฮิวแมนไรท์ วอทช์ มีรายงานโดยนายแบรด อดัมส์ ผู้อำนวยการฮิวแมนไรท์ วอทช์ ประจำภูมิภาคเอเชีย ระบุว่า การดำเนินคดีขันน้ำสีแดงครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลทหารไม่ยอมรับความคิดเห็นที่แตกต่างของผู้ที่ไม่เห็นด้วย ถึงระดับที่ไร้สาระอย่างยิ่ง ทำให้สถานะของรัฐบาลทหารไทยในระดับโลกตกต่ำลง และควรช่วยกันกดดันให้รัฐบาลทหารยุติการกดขี่ข่มเหงต่อผู้คัดค้านอย่างสันติ และทำตามสัญญาที่เคยให้อยู่บ่อยครั้ง ว่าจะคืนการปกครองในระบอบประชาธิปไตย

แอมเนสตี้ฯไล่บี้หยุดลิดรอนสิทธิ

ด้านแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ออกแถลงการณ์ ครบรอบหนึ่งปีหลังการประกาศยกเลิกกฎ อัยการศึกในไทย และในโอกาสที่ทางการประกาศเปิดหลักสูตรปรับทัศนคติในค่ายทหาร โดยเรียกร้องทางการไทยยกเลิกอำนาจตามคำสั่งของ คสช. ที่เสมือนใช้กฎอัยการศึกอีกครั้ง จำกัดสิทธิมนุษยชน ส่งผลกระทบต่อความเสื่อมของหลักนิติธรรมในประเทศ พร้อมกับเรียกร้องทางการไทยให้ยุติการปราบปรามการแสดงออกอย่างสงบของผู้เห็นต่าง ที่กำลังเพิ่มมากขึ้น อันเป็นผลจากการเพิ่มอำนาจให้กับเจ้าหน้าที่ทหาร โดยอ้างความมั่นคงและความสงบเรียบร้อย ด้วยคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/2558 และ 13/2559 ก่อให้เกิดการลิดรอนสิทธิเสรีภาพ อาจส่ง ผลให้เกิดการละเมิดสิทธิที่จะได้รับการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรม และอาจสนับสนุนให้เกิดการทรมาน และการปฏิบัติที่โหดร้ายทารุณ ทำให้เกิดความหวาด กลัวมากขึ้นว่าจะใช้เป็นเครื่องมือปราบปรามทางการเมือง และปิดปากผู้เห็นต่าง รวมทั้งนักปกป้องสิทธิมนุษยชน เช่น นางธีรวรรณ เจริญสุข ที่ถูกจับกุมคดีขันสีแดง แอมเนสตี้ฯยังกระตุ้นประชาคมระหว่างประเทศให้กดดันทางการไทย เพื่อแก้ปัญหาสถานการณ์สิทธิมนุษยชนที่เสื่อมถอยด้วย

สั่งทูต–กสญ.เร่งแจงเนื้อร่าง รธน.

นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศสั่งการให้เอกอัครราชทูต และกงสุลใหญ่ทั่วโลก ชี้แจงสร้างความเข้าใจกับรัฐบาลต่างประเทศ และองค์การระหว่างประเทศ ว่า ร่างดังกล่าว สะท้อนความต้องการของประชาชนทุกภาคส่วน อันเป็นผลจากการเปิดรับฟังความเห็นในขั้นตอนการยกร่างฯ เพื่อให้สาธารณชนเข้ามามีส่วนร่วม โดยร่างฯนี้ประกอบด้วย 239 มาตรา มีหลักการสำคัญ คือ มุ่งเน้นผลประโยชน์ของประชาชน เสริมสร้างความทัดเทียม ขจัดความเหลื่อมล้ำทางสังคม รวมถึงปกป้องสิทธิของประชาชน และในช่วงการปรับแก้ร่างฯ ได้เพิ่มบทบัญญัติที่คุ้มครองสิทธิและ ความเท่าเทียมของประชาชนในหลายเรื่อง เช่น สิทธิสตรี สิทธิในการฟ้องร้องหน่วยงานของรัฐ มีหลัก ประกันสิทธิที่ดีขึ้น

“มีชัย” แจง 3 หัวใจหลักที่มุ่งแก้

วันเดียวกัน เวลา 09.20 น. ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น ศาลรัฐธรรมนูญจัดสัมมนาวิชาการ เนื่องในวาระครบรอบ 18 ปี โดยนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “มุมมองร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่” ว่า ในการร่างผู้ร่างไม่ได้มีอิสระ 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะต้องรับฟังความเห็นจากประชาชน ไม่ได้ถูกบังคับหรือขู่เข็ญจากฝ่ายการเมือง ตามที่นักวิชาการวิจารณ์ โดย 3 ปัญหาสำคัญ ที่ กรธ.นำมาตั้งต้น คือ 1.การทุจริตประพฤติมิชอบและการทุจริตในเชิงนโยบาย 2. ความไม่มีวินัยของประชาชน เรียกร้องสิทธิ์โดยไม่นึกถึงหน้าที่ 3.การบังคับใช้กฎหมายยังไม่พร้อม เพราะผู้บังคับใช้กฎหมายไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายกำหนด แต่ทำตามผู้บังคับบัญชาสั่ง

ตั้งธงขจัดคนโกงให้พ้นเส้นทาง

นายมีชัยกล่าวต่อว่า ทั้ง 3 ปัญหานี้ทำให้สิทธิเสรีภาพของประชาชนไม่เกิดผล เดิมตั้งใจร่างให้สั้นและครอบคลุม ให้ปรับตามสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงในอนาคต ทำให้ถูกต่อว่าว่าสิทธิหายไป กรธ.จึงต้องสกัดคนที่มีประวัติทุจริตทางการเมืองออกไปก่อน ต้องมีกลไกตรวจสอบต่อการทุจริต และขาดมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง พร้อมเร่งปฏิรูปการศึกษา เพื่อแก้ไขปัญหาการไร้วินัยของประชาชน เพราะการศึกษาภาคบังคับตามรัฐธรรมนูญฉบับก่อนก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำ และไม่มีวันเท่าเทียม ผลการวิจัยทั้งโลกระบุว่าเด็กจะพัฒนาสมอง และพฤติกรรมตั้งแต่ 1 ขวบครึ่ง แต่ของไทยเริ่มระบบการศึกษาเรียนฟรีตั้งแต่ 7 ขวบ รัฐธรรมนูญฉบับนี้จึงบัญญัติให้รัฐต้องดูแลเด็กให้ได้เรียนตั้งแต่ยังเล็ก

ฟุ้ง รธน.เฉลี่ยสุขให้คนในชาติ

นายมีชัยกล่าวอีกว่า ส่วนการบังคับใช้กฎหมาย กระบวนการยุติธรรมเป็นหัวใจสำคัญ ตำรวจถือเป็นต้นน้ำ แต่ต้นน้ำมีปัญหาหนัก ขาดอิสระ และขวัญกำลังใจที่จะทำงานเต็มกำลัง รัฐธรรมนูญฉบับนี้จึงบังคับให้ต้องเร่งปฏิรูปตำรวจภายใน 1 ปี หากไม่ทำก็แต่งตั้งตามระบบอาวุโส ซึ่งตำรวจคงไม่ชอบแน่นอน สุดท้ายนี้ฝากไว้ว่ารัฐธรรมนูญมีไว้เพื่อเฉลี่ยความสุขของทุกคน เพราะบังคับใช้กับคนทั้งประเทศ อย่ามองแต่ในจุดร้าย ขอให้มองภาพรวม จะทำให้ประเทศเดินไปข้างหน้า ประชาชนอยู่ดี มีสุข ใครที่คิดว่ารัฐธรรมนูญไม่กระจ่าง ขอให้นึกว่ายังมีกฎหมายลูก เพื่อไม่ให้ผูกมัด หากเกิดเหตุอะไรจะแก้ในกฎหมายลูกได้ กรธ.พร้อมรับฟังในส่วนที่จะนำไปใส่ในกฎหมายลูก เพื่อให้ครบถ้วนสมบูรณ์ในการใช้กฎหมายเหล่านั้น ยอมรับว่าหากมองแต่จุดไม่ดี ในร่างรัฐธรรมนูญนั้นมีแน่นอน แต่ขอให้ดูถึงเจตนาที่ต้องร่างเพื่อคนทุกคน

เตือน สนช.ดูคำถามประชามติให้ดี

นายมีชัยให้สัมภาษณ์เพิ่มเติม ถึงกรณีสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) มีมติส่งคำถามพ่วงประชามติในประเด็นให้ ส.ว.มีอำนาจโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ในระยะเปลี่ยนผ่าน 5 ปีได้ว่า ยังไม่อยากวิพากษ์วิจารณ์ ยังเป็นเพียงมติของ สปท. ที่ต้องส่งให้ สนช.พิจารณา ยังไม่ทราบว่า สนช.จะส่งคำถามพ่วงหรือไม่ จึงไม่หนักใจ เพราะเรื่องยังไม่เกิด แต่เห็นว่าคำถามนี้ขัดต่อหลักการของ กรธ.ที่ร่างไว้ หากผ่านขั้นตอนการทำประชามติไปแล้วจะเกิดปัญหา ซึ่ง กรธ.ต้องปรับแก้ภายใน 30 วัน หลังทำประชามติ หากแก้บทเฉพาะกาลยังพอทำได้ แต่หากแก้เนื้อหาสาระในบทถาวร จะขัดกับสิ่งที่ประชาชนลงประชามติไปแล้ว จึงเป็นเรื่องที่ สนช.ต้องพิจารณาให้ดี ในฐานะของผู้เลือกที่จะส่งคำถาม สำหรับโรดแม็ปคงไม่เปลี่ยนไปจากเดิม หากกฎหมายลูก 4 ฉบับที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งเสร็จ ก็จัดให้เลือกตั้งได้ โดยไม่จำเป็นต้องออกให้ครบทั้ง 10 ฉบับ

“ชวน” กรีด รธน.ยังเกาไม่ถูกที่คัน

ต่อมามีการอภิปรายโดยตัวแทนหลักสูตรหลักนิติธรรมเพื่อประชาธิปไตย (นธป.) หัวข้อ “ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้อะไรกับประเทศชาติและประชาชน” โดยนายชวน หลีกภัย อดีตนายกฯ กล่าวว่า ร่างรัฐธรรมนูนฉบับนี้ไม่ได้ก้าวหน้ากว่าที่ผ่านมา เห็นใจผู้ร่างเพราะรู้ว่ามาจากไหนและต้องทำบางอย่าง แต่ถ้าเราเชื่อมั่นระบบประชาธิปไตย แม้เราต้องหยุดชะงักไปเล็กน้อย แต่เดินหน้าต่อก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าถอยหลังก็ไม่เห็นด้วย บทบัญญัติรัฐธรรมนูญไม่ใช่เหตุของปัญหาบ้านเมือง แต่ปัญหาเกิดจากการละเมิดของผู้ปฏิบัติ ผู้ใช้กฎหมาย เราต้องยึดหลักนิติธรรม และการปกครองระบบประชาธิปไตยในระบอบรัฐสภาอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข แม้การร่างรัฐธรรมนูญเพื่อป้องกันการคอร์รัปชันเป็นเรื่องที่ดี แต่รัฐธรรมนูญไม่ใช่กฎหมายที่จะร่างมาเพื่อปราบคอร์รัปชัน เนื่องจากรัฐธรรมนูญต้องกำหนดบทบาท หน้าที่องค์กรที่เป็นกลไกหลักของประเทศ ให้ทำหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ

สปท.ชงตั้งรางวัลนำจับซื้อเสียง

อีกด้าน นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สปท. กล่าวว่า การประชุม สปท. วันที่ 4 เม.ย. จะพิจารณารายงานเรื่อง “การเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรม” ของ กมธ.ด้านการเมืองฯ มีการหาแนวทางทำให้การเลือกตั้งเป็นโดยสุจริตและเที่ยงธรรม โดยมีข้อเสนอเพื่อการปฏิรูปที่สำคัญ อาทิ ปฏิรูปการป้องกันและการทุจริตเลือกตั้ง กรณีที่ประชาชนมีหลักฐานการทุจริตเลือกตั้ง หรือซื้อสิทธิขายเสียงแล้วแจ้งให้ กกต.ทราบ หากพบว่ามีการทำผิดจริงและคดีถึงที่สุดแล้ว ให้ผู้แจ้งเบาะแสแก่ กกต. ได้รับค่าตอบแทนจากกองทุนพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้ง ตามที่ กกต.กำหนด โดย สปท.การเมืองเสนอไปว่า อย่างน้อยควรได้รับค่าตอบแทนไม่ต่ำกว่า 1 แสนบาท เพื่อสร้างแรงจูงใจภาคประชาชนร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ป้องกันทุจริตเลือกตั้ง

ทุจริตเลือกตั้งโดนหนัก 20 ล้าน

นายเสรีกล่าวว่า นอกจากนี้ ยังเสนอมาตรการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ป้องกันการซื้อสิทธิขายเสียงทางอ้อมและระบบอุปถัมภ์ ห้ามนักการเมืองบริจาคเงินช่วยตามประเพณีต่างๆ เช่น งานศพ งานแต่งงาน งานบวช ภายในเขตเลือกตั้งของตัวเอง ไม่ว่าจะก่อนหรือระหว่างเลือกตั้ง และขณะดำรงตำแหน่งการเมือง นอกจากนี้ ยังกำหนดมาตรการลงโทษแบบฉีดยาแรง โดยให้มีบทลงโทษทั้งทางแพ่ง อาญาและทางการเมือง แก่ผู้แจกเงินซื้อเสียง และผู้รับเงินซื้อเสียง อาทิ ตัดสิทธิไม่ให้ลงสมัครรับเลือกตั้งตลอดชีวิต ให้มีโทษจำคุก 1-10 ปี ไม่มีการรอการลงโทษ โดยมีอายุความ 20 ปี รวมทั้งให้มีโทษปรับ 20 ล้านบาท ควบคู่ไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นการซื้อเสียงเลือกตั้ง การสร้างหลักฐานเท็จเพื่อกลั่นแกล้งผู้สมัคร และควรต้องมีมาตรการเพิ่มเติมเพื่อให้ประชาชนไปใช้สิทธิ เลือกตั้งมากขึ้น กรณีไม่มีเหตุอันควร เช่น หากเป็นข้าราชการ หรือเจ้าหน้าที่รัฐ ต้องได้รับโทษทางวินัยด้วย

“วันชัย” ปัดชงคำถามหวังนั่ง ส.ว.

นายวันชัย สอนศิริ สปท. กล่าวว่า กรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ไม่เห็นด้วยกับมติ สปท. ที่ให้ ส.ว.แต่งตั้งร่วมโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ว่า คำถามพ่วงประชามติของตน ไม่ได้ต้องการลบล้างเจตนารมณ์ประชาชนที่เลือก ส.ส.เข้ามา แต่เป็นการร่วมด้วยช่วยกันสร้างบ้านเมืองในระยะหัวเลี้ยวหัวต่อ เพราะเกรงว่าหากให้ ส.ส.เลือกนายกฯเอง จะเกิดความขัดแย้งกันเหมือนที่ผ่านมา หากมี ส.ว.มาช่วยประคองในช่วง 5 ปี จะช่วยกลั่นกรองหานายกฯ ที่เป็นคนดี เป็นที่ต้องการของประชาชน ยืนยันว่าไม่ใช่การปูทางให้ คสช. หรือทหารคนใดมาเป็นนายกฯ เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ประกาศแล้วว่าจะไม่เป็นนายกฯอีก และไม่ได้หวังปูทางกลับมาเป็น ส.ว. ถ้ากติกากำหนดให้ ส.ว.ต้องเลือกตั้ง ก็พร้อมลงสนาม ถ้ามีการเลือกตั้ง ส.ว. ขอท้านายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายวิรัตน์ กัลยาศิริ ทีมกฎหมายฯ มาลงสมัคร ส.ว.กทม.แข่งกับตนได้

“พีรศักดิ์”ไม่เอาด้วย ส.ว.โหวตนายกฯ

ที่ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธาน สนช. กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับ สปท. ที่จะเสนอคำถามพ่วงประชามติให้รัฐสภาโหวตเลือกนายกฯ ควรให้เกีรยติ ส.ส.เลือก เพราะเป็นผู้กำหนดนโยบาย และต้องเสนอชื่อนายกฯ 3 คน เพื่อให้ประชาชนตัดสินใจว่าจะเลือกพรรคใด ส.ส.ที่รักชาติบ้านเมืองก็มี อย่าไประแวงกันมาก และส่วนตัวไม่เห็นด้วยให้ตั้งคำถามพ่วงประชามติ เพราะทำให้ประชาชนสับสน ควรให้ประชาชนสนใจลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญเพียงอย่างเดียว

“องอาจ”โต้อย่ายัดข้อหาบิดเบือน

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับ สปท. ที่มีมติส่งญัตติให้ ส.ว.มีอำนาจเลือกนายกฯ เพราะจะกระทบต่อการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ของประชาชนโดยตรง ไม่ควรพ่วงคำถามเชิงถามความเห็น และควรเป็นคำถามประเด็น หรือเรื่องที่มีความสำคัญต่อบ้านเมือง หรือมีผลกระทบกับประชาชนทั้งประเทศ ให้ประชาชนร่วมตัดสินใจ และคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมเป็นสำคัญ และฝากถึงกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ว่าผู้ที่แสดงความไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญ ไม่น่าจะเข้าข่ายบิดเบือนหลอกลวง เพราะรัฐธรรมนูญ 2-3 มาตราที่บกพร่องอาจเป็นมาตราสำคัญ อย่างถ้ามีผู้บอกว่าการมี ส.ว.สรรหาโดย คสช. ถือว่าไม่เป็นประชาธิปไตย ถ้าถือว่าผู้พูดผิดและถูกลงโทษ คงยากที่จะยอมรับ จึงฝาก สนช.พิจารณาให้รอบคอบ

ขอ ก.ม.ประชามติชัดเจน-รอบคอบ

นายองอาจกล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญที่ สนช.กำลังพิจารณา ควรยึดหลักการสำคัญดังนี้ เนื้อหาสาระต้องชัดเจนไม่คลุมเครือ จนต้องนำไปสู่การตีความ มาตรการลงโทษใดๆ ควรมีความเสมอภาค ทั้งผู้เห็นชอบหรือไม่เห็นชอบโดยเท่าเทียมกัน ป้องกันไม่ให้ถูกมองว่าออกกฎหมายเพื่อประโยชน์ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ควรเป็นกฎหมายที่ได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย

“อ๋อย” ซัด รธน.ปิดทางคนส่วนใหญ่

นายจาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ระบุว่ารัฐธรรมนูญมีไว้เพื่อเฉลี่ยความสุขของทุกคน ว่า การทำให้เกิดความสุข ไม่ได้อยู่ที่จะกำหนดให้เกิดความสุขแก่คนกลุ่มไหนอย่างไร แต่สำคัญอยู่ที่รัฐธรรมนูญให้อำนาจประชาชนกำหนดความเป็นไปของบ้านเมืองหรือไม่ รัฐธรรมนูญที่จะทำให้คนมีความสุข คือรัฐธรรมนูญที่สามารถเลือกตัวแทนเข้ามาบริหารปกครองได้ มีช่องทางให้ประชาชนตรวจสอบผู้บริหารประเทศ และองค์กรต่างๆ ที่ทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ แต่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้กลับเอาอำนาจประชาชนไปให้คนเพียงกลุ่มหนึ่งที่มาจากการแต่งตั้งของผู้มีอำนาจในปัจจุบัน

เปิดตัว “มหากาพย์เขาพระวิหาร”

ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นายนพดล ปัทมะ อดีต รมว.ต่างประเทศ เปิดตัวหนังสือ “มหากาพย์เขาพระวิหาร” ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ โดยนายนพดลกล่าวว่า หลังจากศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษายกฟ้องคดีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ฟ้องตนกรณีการลงนามคำแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา ได้เขียนหนังสือบันทึกประวัติศาสตร์ความเป็นมาคำตัดสินศาลโลก ในคดีปราสาทพระวิหารเมื่อ 54 ปีที่แล้ว การขึ้นทะเบียนมรดกโลก และการบิดเบือนข้อเท็จจริงจุดกระแสคลั่งชาติทำให้เรื่องบานปลาย โดยลำดับความให้ผู้อ่านรู้ว่าแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา เป็นประโยชน์ต่อประเทศ โดยเขียนเพื่อเป็นบทเรียนว่าในอนาคตอย่านำประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่ละเอียดอ่อน มาทำเป็นประเด็นการเมือง หรือบิดเบือน ทำให้ประเทศเสียหาย

โพลชี้คนจับตาหลักสูตรคอร์สพิเศษ

อีกเรื่อง สวนดุสิตโพล เปิดสำรวจความคิดเห็นประชาชนเรื่องประชาชนคิดอย่างไรกรณีการปรับทัศนคติของผู้ที่ออกมาแสดงความคิดเห็นขัดแย้งกับ คสช. พบว่าร้อยละ 78.11 หลายคนจับตามองอยากทราบรายละเอียดของหลักสูตร ร้อยละ 64.93 มีทั้งคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย เมื่อถามว่า ผลดีของการเปิดหลักสูตรปรับทัศนคติ ร้อยละ 73.72 ระบุว่า เพื่อปรับความเข้าใจและมีทัศนคติที่ดีต่อการทำงานของ คสช. ร้อยละ 68.35 มองว่าลดความขัดแย้งในบ้านเมือง เพื่อความเป็นระเบียบ ส่วนผลเสีย ร้อยละ 74.14 ระบุว่าผู้ที่ไม่เห็นด้วยออกมาต่อต้าน โจมตี คสช. ร้อยละ 72.66 ส่งผลต่อภาพลักษณ์นายกฯและ คสช. จำกัดสิทธิเสรีภาพ เสียเวลา สิ้นเปลืองงบประมาณ และส่วนใหญ่ร้อยละ 59.02 เห็นด้วย ขณะที่ร้อยละ 23.77 ไม่เห็นด้วย

ครบ 2 ปี คสช.คนปลื้มทำชาติสงบ

ด้านมาสเตอร์โพลล์ เปิดผลสำรวจ 2 ปี คสช.เปลี่ยนประเทศไทยอย่างไร พบว่าการเปลี่ยนแปลงที่เห็นว่าอยู่ในทิศทางที่ดีขึ้น 3 ลำดับแรก คือการรักษาความสงบเรียบร้อยของประเทศ/ลดความแตกแยกของคนในประเทศ/ไม่มีการชุมนุม/สร้างความปรองดอง/ประชาชนไม่แบ่งฝ่าย การปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน/ปัญหาทุจริตน้อยลง และระบบการทำงานของข้าราชการเป็นระบบระเบียบมากขึ้น/การปรับปรุงระบบข้าราชการ/การเปลี่ยนแปลงขององค์กรตำรวจ/การปรับปรุงโครงสร้างภาครัฐ ส่วนที่อยู่ในทิศทางที่แย่ลง 3 ลำดับแรก คือราคาสินค้าทางการเกษตรตกต่ำ คุณธรรมจริยธรรมของคนในสังคมแย่ลง และเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศแย่ลง และสิ่งที่อยากบอกนายกฯมากที่สุดหากมีโอกาสคือ ขอให้นายกฯทำหน้าที่ต่อไปนานๆ มีจุดยืนที่ชัดเจนและเด็ดขาด

มีเลือกตั้งก็ยังกลับไปเหมือนเดิม

ส่วนสำนักวิจัยซุปเปอร์โพล เปิดผลสำรวจจิตสาธารณะชุมชนของคนในชาติ โดย 3 อันดับแรก พบว่า คือการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน สอดส่องดูแลชุมชน และรักษาทรัพย์สินส่วนรวม สำหรับภูมิภาคที่มีจิตสาธารณะโดดเด่น ได้แก่ ประชาชนในภาคใต้โดดเด่นในเกือบทุกเรื่อง เช่น การช่วยเหลือเกื้อกูลกัน สามัคคีปรองดอง การสอดส่องดูแลชุมชน ส่วนพรรคการเมืองที่ประชาชนรับรู้ข่าวเคลื่อนไหว ทางการเมืองมากที่สุด พบว่าร้อยละ 46.9 พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 38.3 พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อสอบถามถึงสถานการณ์การเมืองหลังเลือกตั้ง ถ้ามีเลือกตั้งวันนี้ พบว่าร้อยละ 93.0 กลับไปเหมือนเดิม รัฐบาลผสม พรรคใหญ่สองพรรคแข่งกัน มีเพียงร้อยละ 7 ที่มองว่าไม่เหมือนเดิม

ที่มา : thairath

ตร.ยึดขันแดงมวลชนกลุ่มหนุน “ยิ่งลักษณ์” หน้าศาล

4-1-59-24

เมื่อวันที่ 1 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงาน บรรยากาศภายหลังจากที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ขึ้นศาลสืบพยานคดีจำนำข้าวนัดที่ 6 ว่า ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งดูแลความเรียบร้อยบริเวณโดยรอบศาลฯ ได้เข้ายึดขันน้ำสีแดง ระบุข้อความ “รักนายกปู” ซึ่งเขียนด้วยปากกาลบคำผิด จากกลุ่มผู้สนับสนุนที่มาให้กำลังใจ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พยายามบอกผู้สื่อข่าว ว่าขออย่าให้นำเรื่องนี้ไปลงข่าว

ที่มา : khaosod

งวดที่แล้วตรงเป๊ะ แห่ขอเลข! ต้นกล้วยน้ำว้าออกเครือกลางลำต้น

31-3-59-27

พรุ่งนี้รวย!! ชาวบ้านแห่ขอเลขเด็ด “ต้นกล้วยน้ำว้า” ออกเครือกลางลำต้นมี 12 หวี หวีละ 18 ลูก ต่างนำแป้งพร้อมน้ำอบปะพรมขอเลข หลังจากเมื่องวดที่ผ่านมาได้เลขเด็ดเสี่ยงโชค รับทรัพย์กันทั่วหน้า ที่บริเวณริมถนนสายวิเศษชัยชาญ–ท่าช้าง จ.อ่างทอง

เมื่อวันที่ 31 มี.ค. 59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.อ่างทอง ชาวบ้านพากันแห่ขอเลขเด็ดจากต้นกล้วยน้ำว้ากาบขาว ที่ออกเครือกลางลำต้น บริเวณริมถนนสายวิเศษชัยชาญ–ท่าช้าง หน้าบ้านเลขที่ 3 หมู่ 1 ตำบลท่าช้าง อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง หลังเมื่องวดที่ผ่านมาได้มีชาวบ้านได้เลขเด็ดเสี่ยงโชครับทรัพย์กันทั่วหน้า และในช่วงใกล้วันหวยออก ชาวบ้านต่างเดินทางมาหาเลขเด็ด โดยการจุดธูปจุดเทียนพร้อมนำผ้าแพรสามสีมาผูกเพื่อขอเลขเด็ด และยังมีการนำน้ำอบมาปะพรมโดยรอบต้นกล้วย พร้อมกับนำแป้งโรยเพื่อหวังหาเลขเด็ดนำไปเสี่ยงดวง โดยมีแม่ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาลมายืนรอให้บริการขายถึงที่เพื่อความสะดวกในการเสี่ยงโชค

31-3-59-27 2

ด้าน นายสมหวัง บุญคงเสถียร อายุ 81 ปี ชาวบ้าน หน้าบ้านเลขที่ 6 หมู่ 1 ตำบลท่าช้าง อำเภอวิเศษชัยชาญ กล่าวว่า ตนเองทราบข่าวว่ามีชาวบ้านถูกเลขเด็ดจากต้นกล้วยที่ออกเครือกลางลำต้นเมื่องวดที่ผ่านมา จำนวนหลายราย จึงได้มาพิสูจน์เพื่อหวังเสี่ยงดวงบ้าง โดยนำแป้งมาโรยรอบต้นกล้วยแล้วหาเลขเสี่ยงโชค เผื่อจะมีโชคลาภ เบื้องต้น ได้นับเครือกล้วยได้ทั้งหมดจำนวน 12 หวี และมีหวีละ 18 ลูก แต่ยังบอกใบ้อีกด้วยว่า ตนเองได้เลขเด็ด 89 พร้อมนำไปเสี่ยงดวงต่อไป

31-3-59-27 3

ที่มา : thairath

แถลงแล้ว! ร่างรธน.ฉบับสมบูรณ์ ‘มีชัย’ มั่นถูกใจประชาชน

30-3-59-05

‘มีชัย’ แถลงร่าง รธน.ฉบับสมบูรณ์ มั่นใจร่างฉบับนี้ ประชาชนถูกใจ เน้นเข้มปราบโกง สิทธิพลเมืองมากสุด

วันที่ 29 มี.ค.59 เวลา 13.39 น. นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการนำแถลงร่างรัฐธรรมนูญ เปิดตัวร่างรัฐธรรมนูญฉบับสมบูรณ์ จำนวน 279 มาตรา ที่พร้อมนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการออกเสียงประชามติต่อสื่อมวลชน

โดยนายมีชัย กล่าวว่า กรธ.พยายามทำร่าง รธน.ให้เสร็จก่อนตามวันที่ได้มีการกำหนดไว้ เพื่อที่ว่าหากมีอะไรขาดตกบกพร่องก็จะได้มีการปรับแก้ไขกันได้ ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้มีการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกๆภาคส่วน และนำมาพิจารณา ซึ่งเรื่องสิทธิเสรีภาพ หน้าที่ของรัฐ และเรื่องการปฎิรูป เป็นสิ่งที่เรียร้องให้แก้ไขมากที่สุด

พร้อมเน้นย้ำว่าร่าง รธน.นี้ ให้ความสำคัญกับประชาชนเป็นสำคัญ และมุ่งให้ประชาชนใช้สิทธิทางการเมือง โดยเรื่องสิทธิเสรีภาพ ร่างนี้ให้ความสำคัญเรื่องสิทธิระหว่างเพศ โดยยึดเรื่องประโยชน์ประชาชนเป็นหลัก และเน้นการจัดสรรงบประมาณให้คำนึงถึงเท่าเทียมระหว่างเพศ

ส่วนเรื่องบรรจุศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาตินั้น คงกระทำไม่ได้ หวั่นเกิดความขัดแย้ง แต่ได้เขียนเน้นให้พุทธศาสนิกชนเข้ามีบทบาทในการดูแล ส่งเสริมและบำรุงพุทธศาสนามากขึ้น

ขณะที่เรื่องการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ร่างนี้ได้กำหนดจริยธรรมและบทลงโทษที่ชัดเจน และมีความรุนแรง และเรื่องการปฎิรูปได้มีการกำหนดระยะเวลาที่ต้องทำให้แล้วเสร็จ และยังกำหนดด้วยว่าถ้าหน่วยงานใดทำไม่สำเร็จ ให้หัวหน้าในหน่วยราชการนั้น พ้นจากตำแหน่งหน้าที่

ส่วนเรื่องบทเฉพาะกาลนั้น ในช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปีนั้น กำหนดให้ใช้ระบบการสรรหา สว. โดยให้ คสช.เป็นผู้เลือก และอีก 6 คนให้เป็น สว.โดยตำแหน่ง

ซึ่ง สว.สรรหานี้จะมีหน้าที่ในการดูแลกฎหมายที่จะกระทบต่อการดำเนินการกระบวนการยุติธรรม และดูแลเรื่องการปฎิรูป โดยเหตุผลที่กำหนดตามแบบ คสช.ที่ได้เสนอมานั้น เพราะเห็นว่าบ้านเมืองยังไม่สงบเรียบร้อยดี อีกทั้งเรื่องการปฎิรูปก็ต้องมีการทำงานกันต่อ จะได้มีการติดตามเร่งรัดในการทำงานเรื่องการปฎิรูปได้

และจากนี้ กรธ.จะทำชี้แจงข้อสรุป เพื่อให้ กกต.ไปแจกจ่ายให้ประชาชนทำความเข้าใจ จากนั้น กรธ.จึงจะลงพื้นที่เพื่อไปชี้แจง และในวันที่ 7 สิงหาคมนี้ทาง กกต.ก็ได้มีการกำหนดให้มีการทำประชามติ ทั้งนี้ นายมีชัย กล่าวว่า ทาง กรธ.ได้จัดส่งร่าง รธน. ไปให้กับทางรัฐบาล และคสช.เรียบร้อยแล้ว

อย่างไรก็ตาม นายมีชัยได้กล่าวทิ้งท้ายฝากสื่อฯ และประชาชนว่า ให้ช่วยกันทำความเข้าใจในร่าง รธน.ฉบับนี้ ก็จะช่วยลดความกังวลในขั้นตอนของการทำประชามติได้ ส่วนคนที่มีความเห็นต่างสามารถทำได้แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลข้อเท็จจริง และยุติการการบิดเบือนข้อมูล

‘มีชัย’ เผย ร่าง รธน.ยังมีจุดไม่สมบูรณ์ เตรียมแถลงบ่ายนี้

“มีชัย” กล่าวก่อนแถลงเปิดตัว ร่าง รธน. ชี้ยังมีจุดไม่สมบูรณ์ หวั่นมีผลกระทบแจกตัวร่างฯ

เมื่อเวลา 11.30 น. วันนี้ 29 มี.ค. นายมีชัย ฤชุพันธ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ หรือ กรธ. ได้กล่าวถึงความพร้อมของการร่างรัฐธรรมนูญ ก่อนการแถลงเปิดตัวร่างฯในช่วงบ่ายวันนี้ว่า จากการตรวจสอบเมื่อคืนนี้ ร่างฯยังมีความไม่สมบูรณ์ในเรื่องถ้อยคำ ซึ่งยังไม่แน่ใจว่าจะสามารถแจกตัวร่างได้หรือไม่ โดยเบื้องต้น ร่างรัฐธรรมนูญรอบแรก จะจัดพิมพ์ 2,000 เล่ม แจกให้สื่อมวลชน 300 เล่ม

ทั้งนี้หลังการแถลงเสร็จสิ้นแล้ว จะมีการส่งร่างรัฐธรรมนูญฉบับสมบูรณ์ ให้แก่รัฐบาลตามขั้นตอน เพื่อนำไปออกเสียงประชามติ แต่ไม่ได้นำไปส่งมอบด้วยตนเอง

สำหรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีด้วยกันทั้งหมด 16 หมวด รวม 279 มาตรา โดยจะครบกำหนดส่งมอบให้กับรัฐบาลในวันที่ 25 เม.ย. 2559 ตามที่รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ให้เวลา กรธ.ไว้ 180 วัน และแม้ประธานกรธ.ยืนยันจะไม่มีการแก้ไขเนื้อหา หรือสาระสำคัญประเด็นใดอีก แต่ยังมีความพยายามขอปรับแก้เพิ่มเติม โดยเฉพาะลักษณะต้องห้ามของผู้สมัคร สว.ที่ต้องพ้นจากการเป็นส.ส. รัฐมนตรี สมาชิกพรรคการเมืองและการเป็นสมาชิกสภา รวมทั้งผู้บริหารท้องถิ่นมาไม่น้อยกว่า 10 ปี

จับตา! กรธ.ส่งรัฐธรรมนูญ 29 มี.ค. “มีชัย” จ่อแถลง

กรธ.ตรวจร่าง ‘รัฐธรรมนูญ’ รอบสุดท้าย ก่อนส่ง ครม. 29 มี.ค. ชี้ จ่อจัดเลือกตั้งหลังพ.ร.บ.ประกอบเสร็จ 150 วัน

วันที่ 28 มีนาคม 2559 ที่รัฐสภา นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ทำหน้าที่ประธานการประชุม วาระพิจารณาตรวจสอบร่างรัฐธรรมนูญจำนวน 279 มาตราอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยเฉพาะความถูกต้องของถ้อยคำ และเลขมาตราก่อนที่จะส่งไปตีพิมพ์เป็นรูปเล่มและส่งมอบให้กับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 29 มีนาคม 2559 และในเวลา 13.39 น. นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. จะแถลงเกี่ยวกับ รธน.ด้วยตนเอง ส่วนในวันที่ 30 มี.ค. จะมีการเสนอต่อที่ประชุม สนช.-สปท. รวมทั้ง ส่วนราชการในระดับกรม

ขณะที่ นายนรชิต สิงหเสนี โฆษกกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ เปิดเผยว่า จะมีการเลือกตั้งเมื่อรัฐธรรมนูญประกาศใช้แล้ว ประกอบกับมีการยกร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ 4 ฉบับ ที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง คือ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส./ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว./ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองเสร็จ ก็สามารถจัดการเลือกตั้งได้ภายใน 150 วัน นับจากวันที่กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญทั้ง 4 ฉบับ มีผลบังคับใช้ ทั้งนี้ มั่นใจว่าจะเป็นไปตามโรดแมป

ที่มา : mthai

เขื่อน’เจ้าพระยา’เหลือน้ำใช้อีก 126 วัน ฝูงลิงกว่า 1,000 ตัว เริ่มอดโซ

29-3-59-03

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 27 มีนาคม นายเอกศิษฐ์ ศักดีธนาภรณ์ ผู้อำนวยการโครงการเขื่อนเจ้าพระยา เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ที่จุดวัดน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ต.บางหลวง อ.สรรพยา จ.ชัยนาท

ระดับน้ำเหนือเขื่อนวัดได้ 14.40 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง เหนือจุดวิกฤตระดับมาตรฐานเพียง 40 ซม. ขณะที่ระดับน้ำท้ายเขื่อนอยู่ที่ 5.96 เมตร โดยเขื่อนเจ้าพระยาคงอัตราการระบายน้ำไว้ที่ 75 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อผลักดันน้ำเค็ม รักษาระบบนิเวศ และเพื่อผลิตน้ำประปาในจังหวัดภาคกลาง โดยคาดว่าจะมีน้ำใช้ได้อีกประมาณ 126วัน

ผูัสื่อข่าวรายงานด้วยว่า โดยภาวะภัยแล้งที่กำลังทวีความรุนแรง ได้ส่งผลกระทบกับฝูงลิงแสมจำนวนกว่า 1,000 ตัวทั้งรุ่นใหญ่จนถึงรุ่นลูกลิง ที่อาศัยอยู่ในป่าหลังวัดพิกุลงาม หมู่ 1 ต.คุ้งสำเภา อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท เนื่องจากลูกไม้ที่เคยออกผลให้เป็นอาหารของสมาชิกลิงทั้งฝูงเริ่มร่วงโรย ไม่ติดผล และขาดแคลน ทำให้ลิงจำนวนมากเริ่มหิวโซจากภาวะขาดอาหาร พระครูโสภิตชัยการ เจ้าอาวาสวัดพิกุลงาม เปิดเผยว่าปัจจุบันลิงจำนวนกว่า 1,000 ตัวต้องอาศัยข้าวก้นบาตรที่เหลือจากที่พระในวัดฉันเสร็จ พอได้ประทังชีวิตให้รอด แต่ก็ยังคงไม่เพียงพอ จึงวอนขอความเมตตาจากผู้ใจบุญ ในการนำอาหาร ผลไม้มาเลี้ยงลิงแสมฝูงสุดท้ายของวัด เพื่ออนุรักษ์ไว้ให้ลูกหลานรุ่นต่อไปได้ดูและศึกษาต่อไป

ที่มา : matichon

“คสช.” ถกปรับโฉม “เดินหน้าประเทศไทย” หลังพบ ” เรตติ้งตก-ปชช.ปิดทีวีหนี”

28-3-59-31

“คณะรักษาความสงบแห่งชาติ” เรียกประชุมกับ “หน่;ยงานรัฐ-สื่อทีวี” เพื่อปรับโฉมรายการ “เดินหน้าประเทศไทย” หลังพบว่า “ผู้ชมลดลง” พร้อมเน้นรูปแบบลงพื้นที่พูดคุย ไม่ใช่นั่งสัมภาษณ์แต่ “รัฐมนตรี

วันนี้(28 มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แหล่งข่าวจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยว่ลงพื้นที่า เมื่อวันที่ 25 มี.ค.ที่ผ่านมา คสช.ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการทำรายการโทรทัศน์ของ คสช.อาทิ ตัวแทนกรมประชาสัมพันธ์ ผู้แทนกระทรวง สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และสถานีโทรทัศน์ช่องต่างๆ อาทิ ช่อง 3 , 5 , 7 , 9 และ 11 เข้าร่วมหารือถึงการปรับปรุงรายการ “เดินหน้าประเทศไทย” ที่ออกอากาศทุกวันหลังเคารพธงชาติ ในเวลา 18.00 น.หลังจาก คสช.พบว่า จำนวนผู้ชมของรายการเดินหน้าประเทศไทยมีน้อยมาก ซึ่งกระทบต่อการรับรู้และเข้าใจการทำงานของรัฐบาล และ คสช.

ทั้งนี้ ในที่ประชุมใช้คำว่า ช่วงเวลาดังกล่าวที่รายการออกอากาศเป็นช่วงประหยัดไฟ 30 นาที ของประชาชน เพราะส่วนใหญ่พากันปิดทีวีเพื่อหนีรายการ และรอเปิดทีวีหลังจากรายการของ คสช.จบ โดยมีการวิเคราะห์ถึงรูปแบบรายการที่ยึดแบบเดิมมานาน คือ ส่วนใหญ่จะใช้วิธีการสัมภาษณ์แต่ระดับรัฐมนตรี ดังนั้น ที่ประชุมจึงเห็นตรงกันว่า จะปรับรูปแบบรายการให้น่าสนใจมากยิ่งขึ้น โดยจะทำเป็นรายงานพิเศษ หรือสเปเชียลรีพอร์ต ที่ไม่ใช่แค่การนั่งสัมภาษณ์รัฐมนตรีเท่านั้น แต่จะต้องลงพื้นที่คุยกับเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติ เช่น อธิบดี ผู้อำนวยการกอง นายอำเภอ ผู้ใหญ่บ้าน และชาวบ้าน ฯลฯ รวมถึงต้องลดความถี่ของระดับนโยบายลง เพราะที่ผ่านมาเสนอแต่เรื่องนโยบายอย่างเดียวเท่านั้น แล้วมุ่งนำเสนอใน 3 ประเด็น 1.นโยบาย 2.การปฏิบัติตามนโยบาย 3.ผลของการปฏิบัติ ที่จะต้องเป็นเรื่องที่ประชาชนสนใจ โดยจะมีการตั้งคณะทำงานชุดเล็กเพื่อวิเคราะห์และกำหนดประเด็นในอีก 7 วันข้างหน้า เพื่อมอบหมายให้สถานีโทรทัศน์ที่เข้าร่วมผลิตได้ทำประเด็นตามที่คณะทำงานชุดเล็กกำหนด

แหล่งข่าวเปิดเผยอีกว่า ในที่ประชุมไม่ได้มีการหารือถึงการปรับปรุงรายการ “คืนความสุขให้กับคนในชาติ” ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.ที่ออกอากาศทุกวันศุกร์ เวลา 20.15 น.แต่อย่างใด

ที่มา : postjung

ประกบยิงดับนักธุรกิจ ปล่อยเงินกู้ให้กลุ่มไฮโซ

ยิงประกบ

ซัลโวนักธุรกิจหนุ่มดับสยองคาลานจอดรถรีสอร์ตชื่อดังแห่งสวนผึ้ง หลังเหยื่อกระสุนและเพื่อนสาวขับรถเอสยูวีหรูไปกินข้าวกับเพื่อนสนิท ขณะจะกลับขึ้นรถเจอมือสังหารคาดหน้ากากอนามัยบุกประชิดตัว รัวยิงด้วยปืน 11 มม. 5 นัดซ้อนสิ้นใจ ตำรวจตั้ง 2 ปมมรณะ ขัดแย้งเรื่องชู้สาวและฆ่าล้างหนี้เงินกู้ หลังผู้ตายเคยบ่นให้เพื่อนฟังว่าตามเก็บเงินลูกหนี้ไฮโซไม่ได้ เผยรถหรูมีชื่อนางแบบดังเป็นผู้ครอบครอง เจ้าตัวบอกฝากผู้ตายขายเพราะเห็นว่ามีเต็นท์รถมือสอง

ซัลโวนักธุรกิจหนุ่มดับหน้ารีสอร์ตชื่อดังรายนี้ เปิดเผยเมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 19 มี.ค. พ.ต.ท.อรัญ หลวงพิทักษ์ สว.(สอบสวน) สภ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี รับแจ้งมีผู้ถูกยิงเสียชีวิตบริเวณลานจอดรถ เดอะซีนเนอรี่ รีสอร์ตหมู่ 2 ต.ตะนาวศรี อ.สวนผึ้ง จากนั้นพร้อมด้วย พ.ต.อ.วรณัฎฐ์ ผันผ่อน รอง ผบก.ภ.จ.ราชบุรี พ.ต.อ.ภัคภณ เล็กท่าไม้ ผกก.สภ.สวนผึ้ง พ.ต.ท.อัฑฒาสิษฎฐ์ พุ่มเกตุแก้ว รอง ผกก.สส. แพทย์เวร รพ.สวนผึ้ง และเจ้าหน้าที่มูลนิธิปฐมบรมราชานุสรณ์ ในที่เกิดเหตุพบรถยนต์ เอสยูวี ยี่ห้อเลคซัส รุ่นอาร์เอ็กซ์ 270 สีดำ ทะเบียน 1 กธ 6336 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่กลางลานจอดรถ ด้านซ้ายของตัวรถพบศพนายภูมิสิทธิ์ อัครณีวงศ์ อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 112/19 หมู่ 2 ต.ไทรม้า อ.เมืองนนทบุรี สวมเสื้อยืดสีน้ำเงิน นุ่งกางเกงยีนส์ขายาว ถูกยิงเข้ากกหูขวาทะลุแก้มซ้าย 1 นัด ลำคอ 1 นัด กลางหลัง 2 นัด และข้อมือซ้าย 1 นัด นอนคว่ำหน้าจมเลือด มีปลอกกระสุนปืน 11 มม. ตกอยู่ บนพื้น 5 ปลอก

สอบสวนพยานที่เป็นเพื่อนของผู้ตายและอยู่ในเหตุการณ์ให้การว่า นายภูมิสิทธิ์ทำธุรกิจหลายอย่างและปล่อยเงินกู้ให้กับกลุ่มเพื่อนนักธุรกิจไฮโซด้วยกัน ก่อนเกิดเหตุ ตนพาครอบครัวมานั่งกินข้าวเย็น กับผู้ตายและเพื่อนสาวของผู้ตายที่ร้านอาหารของเดอะซินเนอรี่ รีสอร์ต หลังรับประทานอาหารเสร็จ ตนได้อุ้มลูกสาววัย 3 ขวบ เดินมาส่งผู้ตายที่รถ โดยเพื่อนสาวของผู้ตายทำหน้าที่คนขับรถ ขณะนายภูมิสิทธิ์จะเปิดประตูรถ ตนบอกให้บุตรสาวไหว้ล่ำลา จังหวะที่ผู้ตายหันมารับไหว้ จู่ๆมีชายฉกรรจ์สวมหน้ากากอนามัยเดินมาจากทางด้านหลังรถชักปืนพกยิงใส่ผู้ตาย 2 นัดเข้ากลางหลัง จนนายภูมิสิทธิ์ล้มฟุบลง จากนั้นปรี่เข้าจ่อยิงซ้ำอีก 3 นัดจนแน่ใจว่าเสียชีวิต ส่วนตนตกใจมากรีบกอดลูกหมอบลงกับพื้น หลังเสียงปืนสงบลง เห็นมือปืนวิ่งไปขึ้นรถเก๋งไม่ทราบยี่ห้อ สีแดง ทะเบียนจำได้เพียง 311 ที่ติดเครื่องจอดรออยู่ขับหนีออกไปทาง อ.สวนผึ้ง

พยานยังให้การอีกว่า ผู้ตายเคยบ่นให้ฟังว่าช่วงนี้ตามเก็บเงินลูกหนี้หลายคนที่กู้เงินไปไม่ได้เลย โดยเฉพาะกลุ่มเพื่อนที่ทำธุรกิจร่วมกัน จนมีปากเสียงกันหลายครั้ง อีกทั้งก่อนหน้านี้เมื่อราวปลายเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา นายภูมิสิทธิ์ทะเลาะกับเพื่อนนักธุรกิจที่พัทยา จนถูกคู่กรณียิงเข้าที่ท้องได้รับบาดเจ็บ เพิ่งออกจากโรงพยาบาลมาได้ไม่กี่วัน กระทั่งถูกมือปืนตามมายิงจนเสียชีวิต หลังทราบข้อมูลเบื้องต้น ตำรวจได้วิทยุสกัดจับรถมือปืนแต่ไร้วี่แวว ซึ่งจะตรวจสอบว่าในบริเวณดังกล่าวมีกล้องวงจรปิดหรือไม่ เพื่อจะตรวจสอบหาเบาะแสข้อมูลคนร้ายต่อไป

ต่อมาเมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 20 มี.ค. พ.ต.อ.ภัคภณ เล็กท่าไม้ ผกก.สภ.สวนผึ้ง เปิดเผยว่า จากการสอบสวน น.ส.อัสรีย์ สี่แสงสุริยะ อายุ 25 ปี เพื่อนสาวของผู้ตาย ให้การว่า คบหากับนายภูมิสิทธิ์ ทางเฟซบุ๊กและทางไลน์มากว่า 3 ปีแล้ว หลังจากผู้ตายถูกยิงได้รับบาดเจ็บได้ไหว้วานให้ น.ส.อัสรีย์ มาช่วยขับรถให้ ก่อนหน้านี้ไปพักผ่อนที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ รวม 2 คืน ก่อนขับรถมาหาเพื่อนสนิทใน อ.สวนผึ้ง จนมาถูกยิงเสียชีวิต ขณะนี้สั่งการให้ชุดสืบสวนตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทาง ตั้งแต่ อ.หัวหิน จนมาถึง อ.สวนผึ้ง โดยเฉพาะตามจุดจอดแวะที่ น.ส.อัสรีย์ให้การไว้ เบื้องต้นในพื้นที่ตรวจพบรถยนต์ต้องสงสัยแล้ว แต่ต้องเทียบเคียงเวลาการก่อเหตุว่าตรงกันหรือไม่ ส่วนปมสังหารตั้งไว้ 2 เรื่อง คือ เรื่องชู้สาวและการปล่อยเงินกู้ที่ผู้ตายเคยมีปัญหากับเพื่อนนักธุรกิจจนถูกยิงบาดเจ็บมาแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามแนวทางการสืบสวนสอบสวนของตำรวจยังพบว่า รถยนต์เลคซัส รุ่นอาร์เอ็กซ์ 270 สีดำ ทะเบียน 1 กธ 6336 กรุงเทพมหานคร ของผู้ตาย ตรวจสอบข้อมูลจากกรมการขนส่งทางบก ระบุชื่อผู้ครอบครองรถคือ โย ยศวดี หัสดีวิจิตร นางแบบ-ดาราสาวชื่อดัง ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบว่ารถคันดังกล่าวถูกขายต่อและโอนลอยไว้ หรือยังเป็นของนางแบบสาวชื่อดังอยู่ เพื่อเป็นแนวทางในการคลี่คลายคดีต่อไป

ต่อมาโย ยศวดี ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวทางโทรศัพท์ว่า รถเป็นของตนจริง ใช้งานมาราว 3 ปีแล้ว เลยอยากเปลี่ยนมาใช้รถตู้ และได้ซื้อคันใหม่มาแล้ว จึงอยากจะขายรถเลคซัสคันนี้ออกไป พอดีนายภูมิสิทธิ์รู้จักกับพี่สาวตน อ้างว่ามีเต็นท์รถมือสอง บอกว่าจะช่วยขายรถคันนี้ให้ ตนจึงส่งมอบรถให้กับนายภูมิสิทธิ์ไป มาทราบข่าวอีกทีจากผู้สื่อข่าวที่โทรศัพท์มาสอบถามว่านายภูมิสิทธิ์ถูกยิงตายแล้ว ยืนยันว่าไม่มีความสัมพันธ์หรือรู้จักเป็นการส่วนตัวกับผู้ตายแต่อย่างใด

ที่มา>>>Thairath

จัดสนามแว้น แห่ประลอง

สนามแว้น

กลุ่มนักซิ่งรถจักรยานยนต์เมืองน้ำเค็มได้เฮ เจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกให้จัดแข่งรถบนถนนเลียบชายทะเล อ.เมืองชลบุรี มีผู้เข้าแข่ง 300 คัน และผู้เข้าชมแน่นขนัดหลายพันคน รอง ผบก.จ.ชลบุรี เผยตำรวจจัดระเบียบผู้เข้าแข่งต้องใช้รถยนต์บรรทุกมา ห้ามนำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้ามาในสนามเด็ดขาด หลังแข่งเสร็จให้รีบแยกย้ายกันกลับบ้านภายใน 30 นาที หากไปแข่งกันบนถนนสร้างปัญหาเดือดร้อนแก่ประชาชนจะจับกุมดำเนินคดีเฉียบขาด ขณะเดียวกัน เกิดเหตุสลดใจนักซิ่งขี่รถกลับจากสนามแข่งไปซิ่งแข่งกันบนถนนหลวงรถเสียหลักล้มคว่ำกระเด็นเข้าใต้ท้องรถบรรทุกพ่วงโดนทับร่างเละดับสยอง อีกรายแก๊งแว้นกลับจากสนามแข่งไปรวมตัวเตรียมจะแข่งรถบนถนนหลวงถูกตำรวจสายตรวจไล่จับกุมได้ 2 ราย

เจ้าหน้าที่สนับสนุนกลุ่มเด็กแว้นจัดแข่งรถจักรยานยนต์บนถนนเลียบชายทะเล จัดกำลังคอยดูแลอำนวยความสะดวกเพื่อแก้ปัญหาออกไปซิ่งบนถนนหลวงสร้างปัญหาเดือดร้อนแก่ประชาชนเปิดเผยเมื่อคืนวันที่ 19 มี.ค.ที่ผ่านมา ที่บริเวณถนนสะพานใหม่เลียบชายทะเล ต.บางทราย อ.เมืองชลบุรี มีการจัดแข่งรถจักรยานยนต์ วัตถุประสงค์เพื่อไม่ให้กลุ่มนักซิ่งออกไปแข่งรถบนถนนหลวง สร้างความเดือดร้อนรำคาญแก่ประชาชน มีนักซิ่งนำรถจักรยานยนต์มาร่วมประลองความเร็วกันประมาณ 300 คัน ท่ามกลางผู้เข้าชมแน่นขนัดหลายพันคน มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครองสนธิกำลังกว่า 100 นาย มาคอยดูแลความสงบเรียบร้อย

พ.ต.อ.ปรัชญา ประสานสุข รอง ผบก.ภ.จ.ชลบุรี เปิดเผยว่า การจัดแข่งรถจักรยานยนต์ครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตั้งจุดตรวจค้นทั้งผู้เข้าร่วมแข่งขันและผู้เข้าชม โดยเน้นตรวจอาวุธทุกชนิด และห้ามนำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้ามาในสนามแข่งอย่างเด็ดขาด มีข้อตกลงกันว่า รถจักรยานยนต์ที่จะเข้าร่วมแข่งขัน จะต้องบรรทุกใส่รถยนต์มา ส่วนผู้เข้าชมที่นำรถจักรยานยนต์เข้ามาจะตรวจสำเนาหลักฐานทะเบียนรถว่าถูกต้องหรือไม่ ส่วนการแข่งรถให้กลุ่มวัยรุ่นดูแลจัดการแข่งขันกันเอง เจ้าหน้าที่จะเฝ้าดูอยู่ห่างๆ เพื่อไม่ให้เกิดความวุ่นวาย

ส่วนจุดที่ปิดกั้นใช้เป็นสนามแข่งบริเวณท่าเรือพลี เทศบาลตำบลบางทราย ระยะทางประมาณ 200 เมตร ใช้เวลาแข่งขันตั้งแต่เวลา 21.00 น. ถึงเวลา 01.00 น. หลังแข่งเสร็จจะให้เวลา 30 นาที เพื่อแยกย้ายกันกลับบ้าน หากพบยังออกไปแข่งบนท้องถนนจะดำเนินการจับกุมและยึดรถอย่างเด็ดขาด สำหรับการให้มีการจัดแข่งรถครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของนายคมสัน เอกชัย ผวจ.ชลบุรี พล.ต.ต.อำพล บัวรับพร ผบก.ภ.จ.ชลบุรี และตัวแทนทหาร มทบ.14 เพื่อคืนความสุขให้แก่เยาวชนที่ชื่นชอบการแข่งรถไม่ให้ออกไปแข่งรถบนท้องถนนหลวงสร้างปัญหาเดือดร้อนแก่ประชาชน
ด้านนายพิทยา มั่งมี อายุ 31 ปี ตัวแทนกลุ่มเด็กแว้น กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ดีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจอนุญาตให้ใช้ถนนสะพานใหม่เลียบชายทะเลเป็นสนามแข่งรถ จะได้ไม่ต้องออกไปแข่งกันบนถนนหลวงเป็นการสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชน และผู้ใช้เส้นทางสัญจร ตามสโลแกนที่กลุ่มเด็กแว้น ตั้งไว้คือ “รถซิ่งหลังถนน สู่มาตรฐานสนามแข่ง”

ต่อมาเวลา 00.30 น. วันที่ 20 มี.ค. ร.ต.ท.ชนะชัย ภูราช พงส.สภ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา พร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยฉะเชิงเทรา ไปสอบสวนเหตุรถชนบนสะพานคลองอ้อม ถนนบางนา-ตราด กม.46 ช่องทางด่วนขาเข้า กทม. หมู่ 12 ต.บางปะกง พบศพนายนาวิน ครุฑสมพี อายุ 24 ปี นอนจมเลือด อยู่กลางถนนในสภาพศีรษะฟาดพื้นกะโหลกแตก แขนขาหัก ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงิน-ขาว ทะเบียน 4 กค 9784 กรุงเทพมหานคร ของผู้ตายล้มคว่ำ ห่างออกไปเล็กน้อยพบรถพ่วง 8 ล้อ ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ทะเบียน 61-8666 กรุงเทพมหานคร ส่วนตัวพ่วงทะเบียน 76-8501 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่กลางสะพาน มีนายอรรถพล การนาน อายุ 46 ปี คนขับ ยืนรอในที่เกิดเหตุ

สอบสวนนายอรรถพลให้การว่า ขับรถมาตามถนนจะไปรับสินค้าที่บางบ่อ รถวิ่งในเลนซ้ายสุด ถึงที่เกิดเหตุผู้ตายขี่รถจักรยานยนต์แข่งมากับเพื่อนอีกคัน รถเสียหลักล้มกลิ้งเข้าไปใต้ท้องรถทำให้รถทับร่างเสียชีวิต ส่วนเพื่อนผู้ตายไม่เปิดเผยชื่อให้การว่า ตนกับผู้ตายขี่รถกลับจากสนามแข่งรถที่สะพานใหม่ อ.เมืองชลบุรี ได้แข่งรถกันมาตลอดทาง กระทั่งถึงที่เกิดเหตุรถของผู้ตายเสียหลักล้มคว่ำร่างกระเด็นเข้าไปใต้ท้องรถพ่วงจนถูกรถทับร่างเสียชีวิตอนาถ

อีกรายเมื่อเวลา 01.00 น. ขณะที่ ส.ต.ต.ณฐวีร ปาราชิตัง และ ส.ต.ต.กิตติพร ศรีหล้า ผบ.หมู่งานป้องกันและปราบปราม สภ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ขี่รถจักรยานยนต์ออกตรวจพื้นที่มาตามถนนบางนา-ตราด ถึง กม.40-41 ช่องคู่ขนานขาเข้าชลบุรี พบกลุ่มเด็กแว้นมารวมตัวจับกลุ่มแข่งขันรถจักรยานยนต์ประมาณ 25-30 คัน จึงเข้าจับกุม ปรากฏว่ากลุ่มเด็กแว้นเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ แตกฮือขี่รถบึ่งหนีไปคนละทิศละทาง ตำรวจสกัดจับไว้ได้ 2 คนชื่อนายพงศกร นาคประเสริฐ อายุ 23 ปี และนายพฤหัสชัย รอดแก้ว อายุ 28 ปี ของกลางรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า ฟีโน่ สีเทา-ขาว ทะเบียน กลธ 429 ฉะเชิงเทรา สอบสวนทั้งสองให้การว่าเพิ่งขี่รถกลับจากสนามแข่งรถสะพานใหม่ อ.เมืองชลบุรี ได้แวะทักทายเพื่อนที่จับกลุ่มเตรียมแข่งรถกันบนถนนและถูกตำรวจจับกุม

ที่มา>>>Thairath