เขื่อน’เจ้าพระยา’เหลือน้ำใช้อีก 126 วัน ฝูงลิงกว่า 1,000 ตัว เริ่มอดโซ

29-3-59-03

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 27 มีนาคม นายเอกศิษฐ์ ศักดีธนาภรณ์ ผู้อำนวยการโครงการเขื่อนเจ้าพระยา เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ที่จุดวัดน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ต.บางหลวง อ.สรรพยา จ.ชัยนาท

ระดับน้ำเหนือเขื่อนวัดได้ 14.40 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง เหนือจุดวิกฤตระดับมาตรฐานเพียง 40 ซม. ขณะที่ระดับน้ำท้ายเขื่อนอยู่ที่ 5.96 เมตร โดยเขื่อนเจ้าพระยาคงอัตราการระบายน้ำไว้ที่ 75 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อผลักดันน้ำเค็ม รักษาระบบนิเวศ และเพื่อผลิตน้ำประปาในจังหวัดภาคกลาง โดยคาดว่าจะมีน้ำใช้ได้อีกประมาณ 126วัน

ผูัสื่อข่าวรายงานด้วยว่า โดยภาวะภัยแล้งที่กำลังทวีความรุนแรง ได้ส่งผลกระทบกับฝูงลิงแสมจำนวนกว่า 1,000 ตัวทั้งรุ่นใหญ่จนถึงรุ่นลูกลิง ที่อาศัยอยู่ในป่าหลังวัดพิกุลงาม หมู่ 1 ต.คุ้งสำเภา อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท เนื่องจากลูกไม้ที่เคยออกผลให้เป็นอาหารของสมาชิกลิงทั้งฝูงเริ่มร่วงโรย ไม่ติดผล และขาดแคลน ทำให้ลิงจำนวนมากเริ่มหิวโซจากภาวะขาดอาหาร พระครูโสภิตชัยการ เจ้าอาวาสวัดพิกุลงาม เปิดเผยว่าปัจจุบันลิงจำนวนกว่า 1,000 ตัวต้องอาศัยข้าวก้นบาตรที่เหลือจากที่พระในวัดฉันเสร็จ พอได้ประทังชีวิตให้รอด แต่ก็ยังคงไม่เพียงพอ จึงวอนขอความเมตตาจากผู้ใจบุญ ในการนำอาหาร ผลไม้มาเลี้ยงลิงแสมฝูงสุดท้ายของวัด เพื่ออนุรักษ์ไว้ให้ลูกหลานรุ่นต่อไปได้ดูและศึกษาต่อไป

ที่มา : matichon

“คสช.” ถกปรับโฉม “เดินหน้าประเทศไทย” หลังพบ ” เรตติ้งตก-ปชช.ปิดทีวีหนี”

28-3-59-31

“คณะรักษาความสงบแห่งชาติ” เรียกประชุมกับ “หน่;ยงานรัฐ-สื่อทีวี” เพื่อปรับโฉมรายการ “เดินหน้าประเทศไทย” หลังพบว่า “ผู้ชมลดลง” พร้อมเน้นรูปแบบลงพื้นที่พูดคุย ไม่ใช่นั่งสัมภาษณ์แต่ “รัฐมนตรี

วันนี้(28 มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แหล่งข่าวจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยว่ลงพื้นที่า เมื่อวันที่ 25 มี.ค.ที่ผ่านมา คสช.ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการทำรายการโทรทัศน์ของ คสช.อาทิ ตัวแทนกรมประชาสัมพันธ์ ผู้แทนกระทรวง สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และสถานีโทรทัศน์ช่องต่างๆ อาทิ ช่อง 3 , 5 , 7 , 9 และ 11 เข้าร่วมหารือถึงการปรับปรุงรายการ “เดินหน้าประเทศไทย” ที่ออกอากาศทุกวันหลังเคารพธงชาติ ในเวลา 18.00 น.หลังจาก คสช.พบว่า จำนวนผู้ชมของรายการเดินหน้าประเทศไทยมีน้อยมาก ซึ่งกระทบต่อการรับรู้และเข้าใจการทำงานของรัฐบาล และ คสช.

ทั้งนี้ ในที่ประชุมใช้คำว่า ช่วงเวลาดังกล่าวที่รายการออกอากาศเป็นช่วงประหยัดไฟ 30 นาที ของประชาชน เพราะส่วนใหญ่พากันปิดทีวีเพื่อหนีรายการ และรอเปิดทีวีหลังจากรายการของ คสช.จบ โดยมีการวิเคราะห์ถึงรูปแบบรายการที่ยึดแบบเดิมมานาน คือ ส่วนใหญ่จะใช้วิธีการสัมภาษณ์แต่ระดับรัฐมนตรี ดังนั้น ที่ประชุมจึงเห็นตรงกันว่า จะปรับรูปแบบรายการให้น่าสนใจมากยิ่งขึ้น โดยจะทำเป็นรายงานพิเศษ หรือสเปเชียลรีพอร์ต ที่ไม่ใช่แค่การนั่งสัมภาษณ์รัฐมนตรีเท่านั้น แต่จะต้องลงพื้นที่คุยกับเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติ เช่น อธิบดี ผู้อำนวยการกอง นายอำเภอ ผู้ใหญ่บ้าน และชาวบ้าน ฯลฯ รวมถึงต้องลดความถี่ของระดับนโยบายลง เพราะที่ผ่านมาเสนอแต่เรื่องนโยบายอย่างเดียวเท่านั้น แล้วมุ่งนำเสนอใน 3 ประเด็น 1.นโยบาย 2.การปฏิบัติตามนโยบาย 3.ผลของการปฏิบัติ ที่จะต้องเป็นเรื่องที่ประชาชนสนใจ โดยจะมีการตั้งคณะทำงานชุดเล็กเพื่อวิเคราะห์และกำหนดประเด็นในอีก 7 วันข้างหน้า เพื่อมอบหมายให้สถานีโทรทัศน์ที่เข้าร่วมผลิตได้ทำประเด็นตามที่คณะทำงานชุดเล็กกำหนด

แหล่งข่าวเปิดเผยอีกว่า ในที่ประชุมไม่ได้มีการหารือถึงการปรับปรุงรายการ “คืนความสุขให้กับคนในชาติ” ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.ที่ออกอากาศทุกวันศุกร์ เวลา 20.15 น.แต่อย่างใด

ที่มา : postjung

ประกบยิงดับนักธุรกิจ ปล่อยเงินกู้ให้กลุ่มไฮโซ

ยิงประกบ

ซัลโวนักธุรกิจหนุ่มดับสยองคาลานจอดรถรีสอร์ตชื่อดังแห่งสวนผึ้ง หลังเหยื่อกระสุนและเพื่อนสาวขับรถเอสยูวีหรูไปกินข้าวกับเพื่อนสนิท ขณะจะกลับขึ้นรถเจอมือสังหารคาดหน้ากากอนามัยบุกประชิดตัว รัวยิงด้วยปืน 11 มม. 5 นัดซ้อนสิ้นใจ ตำรวจตั้ง 2 ปมมรณะ ขัดแย้งเรื่องชู้สาวและฆ่าล้างหนี้เงินกู้ หลังผู้ตายเคยบ่นให้เพื่อนฟังว่าตามเก็บเงินลูกหนี้ไฮโซไม่ได้ เผยรถหรูมีชื่อนางแบบดังเป็นผู้ครอบครอง เจ้าตัวบอกฝากผู้ตายขายเพราะเห็นว่ามีเต็นท์รถมือสอง

ซัลโวนักธุรกิจหนุ่มดับหน้ารีสอร์ตชื่อดังรายนี้ เปิดเผยเมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 19 มี.ค. พ.ต.ท.อรัญ หลวงพิทักษ์ สว.(สอบสวน) สภ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี รับแจ้งมีผู้ถูกยิงเสียชีวิตบริเวณลานจอดรถ เดอะซีนเนอรี่ รีสอร์ตหมู่ 2 ต.ตะนาวศรี อ.สวนผึ้ง จากนั้นพร้อมด้วย พ.ต.อ.วรณัฎฐ์ ผันผ่อน รอง ผบก.ภ.จ.ราชบุรี พ.ต.อ.ภัคภณ เล็กท่าไม้ ผกก.สภ.สวนผึ้ง พ.ต.ท.อัฑฒาสิษฎฐ์ พุ่มเกตุแก้ว รอง ผกก.สส. แพทย์เวร รพ.สวนผึ้ง และเจ้าหน้าที่มูลนิธิปฐมบรมราชานุสรณ์ ในที่เกิดเหตุพบรถยนต์ เอสยูวี ยี่ห้อเลคซัส รุ่นอาร์เอ็กซ์ 270 สีดำ ทะเบียน 1 กธ 6336 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่กลางลานจอดรถ ด้านซ้ายของตัวรถพบศพนายภูมิสิทธิ์ อัครณีวงศ์ อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 112/19 หมู่ 2 ต.ไทรม้า อ.เมืองนนทบุรี สวมเสื้อยืดสีน้ำเงิน นุ่งกางเกงยีนส์ขายาว ถูกยิงเข้ากกหูขวาทะลุแก้มซ้าย 1 นัด ลำคอ 1 นัด กลางหลัง 2 นัด และข้อมือซ้าย 1 นัด นอนคว่ำหน้าจมเลือด มีปลอกกระสุนปืน 11 มม. ตกอยู่ บนพื้น 5 ปลอก

สอบสวนพยานที่เป็นเพื่อนของผู้ตายและอยู่ในเหตุการณ์ให้การว่า นายภูมิสิทธิ์ทำธุรกิจหลายอย่างและปล่อยเงินกู้ให้กับกลุ่มเพื่อนนักธุรกิจไฮโซด้วยกัน ก่อนเกิดเหตุ ตนพาครอบครัวมานั่งกินข้าวเย็น กับผู้ตายและเพื่อนสาวของผู้ตายที่ร้านอาหารของเดอะซินเนอรี่ รีสอร์ต หลังรับประทานอาหารเสร็จ ตนได้อุ้มลูกสาววัย 3 ขวบ เดินมาส่งผู้ตายที่รถ โดยเพื่อนสาวของผู้ตายทำหน้าที่คนขับรถ ขณะนายภูมิสิทธิ์จะเปิดประตูรถ ตนบอกให้บุตรสาวไหว้ล่ำลา จังหวะที่ผู้ตายหันมารับไหว้ จู่ๆมีชายฉกรรจ์สวมหน้ากากอนามัยเดินมาจากทางด้านหลังรถชักปืนพกยิงใส่ผู้ตาย 2 นัดเข้ากลางหลัง จนนายภูมิสิทธิ์ล้มฟุบลง จากนั้นปรี่เข้าจ่อยิงซ้ำอีก 3 นัดจนแน่ใจว่าเสียชีวิต ส่วนตนตกใจมากรีบกอดลูกหมอบลงกับพื้น หลังเสียงปืนสงบลง เห็นมือปืนวิ่งไปขึ้นรถเก๋งไม่ทราบยี่ห้อ สีแดง ทะเบียนจำได้เพียง 311 ที่ติดเครื่องจอดรออยู่ขับหนีออกไปทาง อ.สวนผึ้ง

พยานยังให้การอีกว่า ผู้ตายเคยบ่นให้ฟังว่าช่วงนี้ตามเก็บเงินลูกหนี้หลายคนที่กู้เงินไปไม่ได้เลย โดยเฉพาะกลุ่มเพื่อนที่ทำธุรกิจร่วมกัน จนมีปากเสียงกันหลายครั้ง อีกทั้งก่อนหน้านี้เมื่อราวปลายเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา นายภูมิสิทธิ์ทะเลาะกับเพื่อนนักธุรกิจที่พัทยา จนถูกคู่กรณียิงเข้าที่ท้องได้รับบาดเจ็บ เพิ่งออกจากโรงพยาบาลมาได้ไม่กี่วัน กระทั่งถูกมือปืนตามมายิงจนเสียชีวิต หลังทราบข้อมูลเบื้องต้น ตำรวจได้วิทยุสกัดจับรถมือปืนแต่ไร้วี่แวว ซึ่งจะตรวจสอบว่าในบริเวณดังกล่าวมีกล้องวงจรปิดหรือไม่ เพื่อจะตรวจสอบหาเบาะแสข้อมูลคนร้ายต่อไป

ต่อมาเมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 20 มี.ค. พ.ต.อ.ภัคภณ เล็กท่าไม้ ผกก.สภ.สวนผึ้ง เปิดเผยว่า จากการสอบสวน น.ส.อัสรีย์ สี่แสงสุริยะ อายุ 25 ปี เพื่อนสาวของผู้ตาย ให้การว่า คบหากับนายภูมิสิทธิ์ ทางเฟซบุ๊กและทางไลน์มากว่า 3 ปีแล้ว หลังจากผู้ตายถูกยิงได้รับบาดเจ็บได้ไหว้วานให้ น.ส.อัสรีย์ มาช่วยขับรถให้ ก่อนหน้านี้ไปพักผ่อนที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ รวม 2 คืน ก่อนขับรถมาหาเพื่อนสนิทใน อ.สวนผึ้ง จนมาถูกยิงเสียชีวิต ขณะนี้สั่งการให้ชุดสืบสวนตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทาง ตั้งแต่ อ.หัวหิน จนมาถึง อ.สวนผึ้ง โดยเฉพาะตามจุดจอดแวะที่ น.ส.อัสรีย์ให้การไว้ เบื้องต้นในพื้นที่ตรวจพบรถยนต์ต้องสงสัยแล้ว แต่ต้องเทียบเคียงเวลาการก่อเหตุว่าตรงกันหรือไม่ ส่วนปมสังหารตั้งไว้ 2 เรื่อง คือ เรื่องชู้สาวและการปล่อยเงินกู้ที่ผู้ตายเคยมีปัญหากับเพื่อนนักธุรกิจจนถูกยิงบาดเจ็บมาแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามแนวทางการสืบสวนสอบสวนของตำรวจยังพบว่า รถยนต์เลคซัส รุ่นอาร์เอ็กซ์ 270 สีดำ ทะเบียน 1 กธ 6336 กรุงเทพมหานคร ของผู้ตาย ตรวจสอบข้อมูลจากกรมการขนส่งทางบก ระบุชื่อผู้ครอบครองรถคือ โย ยศวดี หัสดีวิจิตร นางแบบ-ดาราสาวชื่อดัง ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบว่ารถคันดังกล่าวถูกขายต่อและโอนลอยไว้ หรือยังเป็นของนางแบบสาวชื่อดังอยู่ เพื่อเป็นแนวทางในการคลี่คลายคดีต่อไป

ต่อมาโย ยศวดี ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวทางโทรศัพท์ว่า รถเป็นของตนจริง ใช้งานมาราว 3 ปีแล้ว เลยอยากเปลี่ยนมาใช้รถตู้ และได้ซื้อคันใหม่มาแล้ว จึงอยากจะขายรถเลคซัสคันนี้ออกไป พอดีนายภูมิสิทธิ์รู้จักกับพี่สาวตน อ้างว่ามีเต็นท์รถมือสอง บอกว่าจะช่วยขายรถคันนี้ให้ ตนจึงส่งมอบรถให้กับนายภูมิสิทธิ์ไป มาทราบข่าวอีกทีจากผู้สื่อข่าวที่โทรศัพท์มาสอบถามว่านายภูมิสิทธิ์ถูกยิงตายแล้ว ยืนยันว่าไม่มีความสัมพันธ์หรือรู้จักเป็นการส่วนตัวกับผู้ตายแต่อย่างใด

ที่มา>>>Thairath

จัดสนามแว้น แห่ประลอง

สนามแว้น

กลุ่มนักซิ่งรถจักรยานยนต์เมืองน้ำเค็มได้เฮ เจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกให้จัดแข่งรถบนถนนเลียบชายทะเล อ.เมืองชลบุรี มีผู้เข้าแข่ง 300 คัน และผู้เข้าชมแน่นขนัดหลายพันคน รอง ผบก.จ.ชลบุรี เผยตำรวจจัดระเบียบผู้เข้าแข่งต้องใช้รถยนต์บรรทุกมา ห้ามนำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้ามาในสนามเด็ดขาด หลังแข่งเสร็จให้รีบแยกย้ายกันกลับบ้านภายใน 30 นาที หากไปแข่งกันบนถนนสร้างปัญหาเดือดร้อนแก่ประชาชนจะจับกุมดำเนินคดีเฉียบขาด ขณะเดียวกัน เกิดเหตุสลดใจนักซิ่งขี่รถกลับจากสนามแข่งไปซิ่งแข่งกันบนถนนหลวงรถเสียหลักล้มคว่ำกระเด็นเข้าใต้ท้องรถบรรทุกพ่วงโดนทับร่างเละดับสยอง อีกรายแก๊งแว้นกลับจากสนามแข่งไปรวมตัวเตรียมจะแข่งรถบนถนนหลวงถูกตำรวจสายตรวจไล่จับกุมได้ 2 ราย

เจ้าหน้าที่สนับสนุนกลุ่มเด็กแว้นจัดแข่งรถจักรยานยนต์บนถนนเลียบชายทะเล จัดกำลังคอยดูแลอำนวยความสะดวกเพื่อแก้ปัญหาออกไปซิ่งบนถนนหลวงสร้างปัญหาเดือดร้อนแก่ประชาชนเปิดเผยเมื่อคืนวันที่ 19 มี.ค.ที่ผ่านมา ที่บริเวณถนนสะพานใหม่เลียบชายทะเล ต.บางทราย อ.เมืองชลบุรี มีการจัดแข่งรถจักรยานยนต์ วัตถุประสงค์เพื่อไม่ให้กลุ่มนักซิ่งออกไปแข่งรถบนถนนหลวง สร้างความเดือดร้อนรำคาญแก่ประชาชน มีนักซิ่งนำรถจักรยานยนต์มาร่วมประลองความเร็วกันประมาณ 300 คัน ท่ามกลางผู้เข้าชมแน่นขนัดหลายพันคน มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครองสนธิกำลังกว่า 100 นาย มาคอยดูแลความสงบเรียบร้อย

พ.ต.อ.ปรัชญา ประสานสุข รอง ผบก.ภ.จ.ชลบุรี เปิดเผยว่า การจัดแข่งรถจักรยานยนต์ครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตั้งจุดตรวจค้นทั้งผู้เข้าร่วมแข่งขันและผู้เข้าชม โดยเน้นตรวจอาวุธทุกชนิด และห้ามนำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้ามาในสนามแข่งอย่างเด็ดขาด มีข้อตกลงกันว่า รถจักรยานยนต์ที่จะเข้าร่วมแข่งขัน จะต้องบรรทุกใส่รถยนต์มา ส่วนผู้เข้าชมที่นำรถจักรยานยนต์เข้ามาจะตรวจสำเนาหลักฐานทะเบียนรถว่าถูกต้องหรือไม่ ส่วนการแข่งรถให้กลุ่มวัยรุ่นดูแลจัดการแข่งขันกันเอง เจ้าหน้าที่จะเฝ้าดูอยู่ห่างๆ เพื่อไม่ให้เกิดความวุ่นวาย

ส่วนจุดที่ปิดกั้นใช้เป็นสนามแข่งบริเวณท่าเรือพลี เทศบาลตำบลบางทราย ระยะทางประมาณ 200 เมตร ใช้เวลาแข่งขันตั้งแต่เวลา 21.00 น. ถึงเวลา 01.00 น. หลังแข่งเสร็จจะให้เวลา 30 นาที เพื่อแยกย้ายกันกลับบ้าน หากพบยังออกไปแข่งบนท้องถนนจะดำเนินการจับกุมและยึดรถอย่างเด็ดขาด สำหรับการให้มีการจัดแข่งรถครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของนายคมสัน เอกชัย ผวจ.ชลบุรี พล.ต.ต.อำพล บัวรับพร ผบก.ภ.จ.ชลบุรี และตัวแทนทหาร มทบ.14 เพื่อคืนความสุขให้แก่เยาวชนที่ชื่นชอบการแข่งรถไม่ให้ออกไปแข่งรถบนท้องถนนหลวงสร้างปัญหาเดือดร้อนแก่ประชาชน
ด้านนายพิทยา มั่งมี อายุ 31 ปี ตัวแทนกลุ่มเด็กแว้น กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ดีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจอนุญาตให้ใช้ถนนสะพานใหม่เลียบชายทะเลเป็นสนามแข่งรถ จะได้ไม่ต้องออกไปแข่งกันบนถนนหลวงเป็นการสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชน และผู้ใช้เส้นทางสัญจร ตามสโลแกนที่กลุ่มเด็กแว้น ตั้งไว้คือ “รถซิ่งหลังถนน สู่มาตรฐานสนามแข่ง”

ต่อมาเวลา 00.30 น. วันที่ 20 มี.ค. ร.ต.ท.ชนะชัย ภูราช พงส.สภ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา พร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยฉะเชิงเทรา ไปสอบสวนเหตุรถชนบนสะพานคลองอ้อม ถนนบางนา-ตราด กม.46 ช่องทางด่วนขาเข้า กทม. หมู่ 12 ต.บางปะกง พบศพนายนาวิน ครุฑสมพี อายุ 24 ปี นอนจมเลือด อยู่กลางถนนในสภาพศีรษะฟาดพื้นกะโหลกแตก แขนขาหัก ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงิน-ขาว ทะเบียน 4 กค 9784 กรุงเทพมหานคร ของผู้ตายล้มคว่ำ ห่างออกไปเล็กน้อยพบรถพ่วง 8 ล้อ ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ทะเบียน 61-8666 กรุงเทพมหานคร ส่วนตัวพ่วงทะเบียน 76-8501 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่กลางสะพาน มีนายอรรถพล การนาน อายุ 46 ปี คนขับ ยืนรอในที่เกิดเหตุ

สอบสวนนายอรรถพลให้การว่า ขับรถมาตามถนนจะไปรับสินค้าที่บางบ่อ รถวิ่งในเลนซ้ายสุด ถึงที่เกิดเหตุผู้ตายขี่รถจักรยานยนต์แข่งมากับเพื่อนอีกคัน รถเสียหลักล้มกลิ้งเข้าไปใต้ท้องรถทำให้รถทับร่างเสียชีวิต ส่วนเพื่อนผู้ตายไม่เปิดเผยชื่อให้การว่า ตนกับผู้ตายขี่รถกลับจากสนามแข่งรถที่สะพานใหม่ อ.เมืองชลบุรี ได้แข่งรถกันมาตลอดทาง กระทั่งถึงที่เกิดเหตุรถของผู้ตายเสียหลักล้มคว่ำร่างกระเด็นเข้าไปใต้ท้องรถพ่วงจนถูกรถทับร่างเสียชีวิตอนาถ

อีกรายเมื่อเวลา 01.00 น. ขณะที่ ส.ต.ต.ณฐวีร ปาราชิตัง และ ส.ต.ต.กิตติพร ศรีหล้า ผบ.หมู่งานป้องกันและปราบปราม สภ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ขี่รถจักรยานยนต์ออกตรวจพื้นที่มาตามถนนบางนา-ตราด ถึง กม.40-41 ช่องคู่ขนานขาเข้าชลบุรี พบกลุ่มเด็กแว้นมารวมตัวจับกลุ่มแข่งขันรถจักรยานยนต์ประมาณ 25-30 คัน จึงเข้าจับกุม ปรากฏว่ากลุ่มเด็กแว้นเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ แตกฮือขี่รถบึ่งหนีไปคนละทิศละทาง ตำรวจสกัดจับไว้ได้ 2 คนชื่อนายพงศกร นาคประเสริฐ อายุ 23 ปี และนายพฤหัสชัย รอดแก้ว อายุ 28 ปี ของกลางรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า ฟีโน่ สีเทา-ขาว ทะเบียน กลธ 429 ฉะเชิงเทรา สอบสวนทั้งสองให้การว่าเพิ่งขี่รถกลับจากสนามแข่งรถสะพานใหม่ อ.เมืองชลบุรี ได้แวะทักทายเพื่อนที่จับกลุ่มเตรียมแข่งรถกันบนถนนและถูกตำรวจจับกุม

ที่มา>>>Thairath

อนาคตไกล! ‘หงส์แดง’ จับ ‘ฟลาเนเกน’ ต่อสัญญาใหม่ 3 ปี

หงษ์แดง

หงส์แดงลิเวอร์พูล ไม่รอช้าจับแข้งอนาคตไกลอย่าง จอห์น ฟลาเนแกน ฟูลแบ็กดาวรุ่งของทีมต่อสัญญาไปอีก 3 ปีเป็นที่เรียบร้อย…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานวันที่ 18 มี.ค. ว่า “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ยักษ์ใหญ่แห่งเวทีพรีเมียร์ลีกอังกฤษจับ จอห์น ฟลาเนแกน ฟูลแบ็กอนาคตไกลของทีมต่อสัญญาฉบับใหม่จนกระทั่งถึงปี 2019 เป็นที่เรียบร้อย

ดาวเตะวัย 23 ปี เป็นแข้งอคาเดมีของหงส์แดงตั้งแต่ปี 2004 ก่อนที่เจ้าตัวจะโชคร้ายได้รับบาดเจ็บที่หัวเข่าในอีก 10 ปีต่อมาจนต้องอดลงสนามช่วยต้นสังกัดนานถึง 20 เดือนเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดเจ้าตัวก็เรียกความฟิตกลับมาเต็มสูบแล้ว และล่าสุดทางต้นสังกัดก็ตัดสินใจที่จะต่อสัญญากับแข้งรายนี้ออกไปจนกระทั่งจบฤดูกาล 2018/19 ด้วยกัน

“มันเยี่ยมไปเลย มันเป็นสิ่งที่ผมต้องการทำเสมอตั้งแต่ผมยังเป็นเด็ก” ฟลาเนแกนกล่าวผ่านเว็บไซต์หงส์แดง “ผมคิดว่าตอนนี้นี่คือสัญญาอาชีพกับลิเวอร์พูลครั้งที่สามของผม ดังนั้นผมแฮปปี้จริงๆ ผมผ่านช่วงเวลาร้ายๆ จากอาการบาดเจ็บเมื่อ 2 เดือนที่แล้ว และบางทีผู้คนก็คงสงสัยเกี่ยวกับอนาคตของผม แต่ผมก็ทุ่มเทอย่างหนักและนี่คือโบนัสตอบแทนสิ่งที่ผมทำ”

ที่มา>>>Thairath

โชเฟอร์สองแถววูบชนเสาไฟฟ้า ให้ปากคำ ตร. พร้อมขอโทษคนเจ็บ-ตาย

โซเฟอร์

เฒ่าหาดใหญ่โชเฟอร์สองแถว เข้าให้ปากคำตำรวจ หลังวูบขณะขับรถเป็นเหตุให้ชนเสาไฟฟ้า เผย กินยาแก้ปวดเมื่อย วูบหลับไม่รู้ตัว พร้อมขอโทษและแสดงความเสียใจผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ เตรียมเดินทางร่วมงานศพ

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 18 มี.ค. 59 พ.ต.ท.พิเชษฐ์ จันทร์หนู สว.สส.สภ.สะเดา ได้สอบปากคำ นายบ่าว บิลยีหมัด อายุ 65 ปี ชาว ต.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.หาดใหญ่ คนขับรถสองแถวสายปาดังเบซาร์-สะเดา ที่เกิดอาการวูบก่อนรถพุ่งชนเสาไฟฟ้า ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 คน บาดเจ็บ 4 คน เมื่อวันที่ 17 มี.ค.ที่ผ่านมา ภายหลังวันนี้ ออกจากโรงพยาบาลสะเดา แล้วนั้น

นายบ่าว กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุวานนี้ รับผู้โดยสารจากปาดังเบซาร์ มาส่งที่ตลาดสะเดา ผู้โดยสารทั้ง 4 คน นั่งอยู่ตอนหลังรถ ตัวเองไม่ได้ทานกาแฟในตอนเช้า เพียงแต่ทานยาแก้ปวดเมื่อย 1 ชุด ขับรถมาเรื่อยๆ เมื่อถึงทางเข้าหมู่บ้านตัวอย่าง มีอาการวูบโดยไม่รู้ตัว จนรถตกลงข้างทางและไปชนเสาไฟฟ้า ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ส่วน นางปัทมา เจ๊ะมะสอง อายุ 27 ปี พยาบาลโรงพยาบาลปาดังเบซาร์ ที่นั่งอยู่ด้านหลัง ศีรษะกระแทกกระจกห้องโดยสารจนกระจกแตก โดยไม่มีบาดแผล แต่ผู้ที่เข้ามาช่วยเหลือบอกว่าคอหักเสียชีวิต จึงอยากขอโทษ ขอแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และพร้อมแจ้งประกันให้ดูแลผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต

ทั้งนี้ ทราบว่าประกันจ่ายให้ผู้เสียชีวิตเบื้องต้น 50,000 บาท พร้อมกันนี้ จะเดินทางไปเยี่ยมผู้บาดเจ็บอีกรายที่ยังอยู่ รพ.หาดใหญ่ และไปร่วมงานศพของผู้เสียชีวิตด้วย.

ที่มา>>>Thairath

กปน.-กปภ.ยันมีน้ำประปาใช้ตลอดหน้าแล้ง

กปน.

พาณิชย์ขายมุกเก่าชู“ธงฟ้า”

น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยภายหลังหารือกับการประปานครหลวง (กปน.) และการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) ถึงแผนการกระจายน้ำให้ประชาชนในช่วงภัยแล้งว่า ได้รับการยืนยันจาก กปน. และ กปภ. ว่า จะจ่ายน้ำให้แก่ผู้ผลิตน้ำดื่มได้อย่างเพียงพอจนสิ้นฤดูแล้ง หรือจนถึงเดือน ก.ค.59 เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ผู้ผลิตน้ำและผู้บริโภค โดยได้เตรียมแผนบริหารจัดการน้ำแล้ว เช่น กปน.ได้ลดกำลังการผลิตน้ำใน กปน.ทุกเขตลง 10% เพื่อเก็บน้ำสำรองไว้ใช้ ลดแรงดันน้ำลงในช่วงกลางคืน เพื่อลดการสูญเสียของน้ำ รวมทั้งยังได้รณรงค์ให้ประชาชนช่วยกันประหยัดน้ำ เพื่อให้ผ่านวิกฤติภัยแล้งไปให้ได้

ส่วนในด้านของผู้ใช้น้ำในอุตสาหกรรมต่างๆ กปน.ได้มีการติดต่อประสานงานกันอย่างใกล้ชิดกับผู้ประกอบการ ทั้งในด้านปริมาณการใช้น้ำ และคุณภาพน้ำ ไม่ว่าจะเป็นโรงงานอุตสาหกรรม, ผู้ผลิตน้ำดื่มที่ใช้น้ำประปาในการผลิต โรงแรม เป็นต้น ส่วนสนามกอล์ฟไม่ได้ใช้น้ำประปาในการรดน้ำหญ้า แต่ใช้น้ำจากแหล่งอื่น เช่น น้ำบาดาล หรือน้ำบ่อของสนามกอล์ฟเอง สำหรับ กปภ.มีแผนที่จะต่อท่อน้ำไปตามที่อยู่อาศัยที่คาดว่าขาดแคลนน้ำมากขึ้น, เตรียมรถบรรทุกน้ำไปยังพื้นที่ขาดแคลนน้ำบริโภค, จะเจาะบ่อบาดาลเพิ่มเติมในพื้นที่ขาดแคลนน้ำมากๆด้วย หรือถ้าน้ำธรรมชาติเริ่มลดลงก็อาจกำหนดเวลาในการปล่อยน้ำประปา เป็นต้น

“การประปาทั้ง 2 แห่งยืนยันว่าประชาชนจะมีน้ำประปาใช้ตลอดหน้าแล้งนี้ เพราะได้เตรียมแผนต่างๆไว้แล้ว ส่วนกรณีน้ำทะเลหนุนนั้น กปน.ยืนยันว่าจะไม่กระทบต่อการผลิตน้ำดื่มแน่นอน”

ด้านนายสมชาติ สร้อยทอง รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า กระทรวงมีแผนจำหน่ายสินค้าธงฟ้าราคาประหยัดใน 22 จังหวัด รวม 400 ครั้ง ตั้งแต่เดือน พ.ย.58-เม.ย.59 ซึ่งได้ดำเนินการไปแล้ว 301 ครั้ง มียอดจำหน่ายสินค้ารวม 34.61 ล้านบาท ลดค่าครองชีพให้ประชาชนที่ประสบภัยแล้งได้ 139,743 คน มูลค่า 23.07 ล้านบาท.

ที่มา>>>Thairath

ชาวบ้านสุดทนร้อง!! ไปรณีย์ทำงานขนส่งจดหมายพัสดุในยามวิกาล ส่งเสียงดังสร้างความเดือดร้อน

new2-170316-500x300

ชาวบ้านสุดทนร้องไปรณีย์ทำงานขนส่งจดหมายพัสดุในยามวิกาล ส่งเสียงดังสร้างความเดือดร้อนชาวบ้าน ไม่ได้หลับได้นอน

วานนี้ (16 มี.ค.) นายชาญศิลป์ เจริญประสาทกุล ชาวบ้านชุมชนซอยไปรษณีย์ ได้เดินทางเข้าพบ ดร.วีรวัฒน์ ค้าขาย รองนายกเมืองพัทยา เพื่อยื่นหนังสือร้องเรียนหลังเกิดกรณีได้รับความเดือดร้อนจากปัญหามลพิษทางเสียงที่เกิดจากการทำงานขนถ่ายพัสดุของเจ้าหน้าที่ในสำนักงานไปรษณีย์ สาขาบางละมุง

โดยมีการนำรถมาจอดเพื่อขนย้ายพัสดุตลอดทั้งวันทั้งคืนโดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืน ซึ่งทำเสียงดังตลอดเวลาทำให้ชาวบ้านนอนไม่หลับโดยเฉพาะเด็กๆซึ่งเป็นเด็กนักเรียน และเป็นช่วงพักผ่อนของชาวบ้าน

หลังจากทราบเรื่องของชาวบ้านดังกล่าวทางผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ที่ทำการไปรษณีย์บางละมุงเพื่อสอบทราบเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาความเดือนร้อนของชาวบ้าน นายกิ่ง กุลเพ็ชร หัวหน้าไปรษณีย์บางละมุง ได้เปิดเผยเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวว่า กรณีดังกล่าวนั้นเป็นการตรวจคัดไปรษณีย์ที่แต่ก่อนต้องไปคัดแยกที่ศรีราชา ทางส่วนกลางเห็นว่าเสียเวลาของไปรษณีย์ที่จะส่งถึงประชาชนจึงได้มีการสั่งการจากไปรษณีย์ใหญ่ให้มาทำการคัดแยกที่บางละมุง

ส่วนที่อาจทำให้ส่งเสียงดังนั้นคาดว่าจะเป็นช่วงรถขนส่งเข้ามาที่ไปรษณีย์บางละมุงช่วง 01.00-02.00 น. ซึ่งเป็นช่วงที่ชาวบ้านนอนหลับ และจะมีเสียงดังทีเกิดจากรถเข็นกระแทกกับรถขนส่งเป็นเวลาประมาณไม่เกิน 20-30 นาที ซึ่งทาง9oได้ทำหนังสือสั่งการให้เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานให้ระวังอย่าส่งเสียงดังเท่านั้น ส่วนคำสั่งให้ระงับการปฏิบัติงานต้องมีหนังสือมาจากไปรษณีย์กลาง

นอกจากนั้นทางไปรษณีย์บางละมุงได้มองหาพื้นที่ที่ปฎิบัติงานใหม่อยู่ช่วงแยกมิตรกมล เขตเทศบาลหนองปรือ แต่อยู่ในช่วงเสนอขออนุมัติซึ่งคาดว่าจะได้รับการอนุมัติในเร็วนี้ ส่วนเรื่องส่งเสียงดังกล่าวตนได้ประสานเมืองพัทยาในการลงพื้นที่สำรวจความเดือนร้อนประชาชาที่อาศัยโดยรอบไปรษณีย์บางละมุงแล้วเกี่ยวกับการลงความเห็นและการแก้ไขปัญหาดังกล่าว

ที่มา : Sanook

กรมอุตุฯเผยปีนี้ไทยร้อนสูงสุด 43-44 องศา ช่วงเมษายน เตือนระวังอย่าอยู่กลางแจ้ง

นายวันไชย ศักดิ์อุดมไชย อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 13 มีนาคม ประเทศไทยได้รับอิทธิพลจากความกดอากาศสูงกำลังแรงที่ยังคงแผ่ปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และทะเลจีนใต้ ขณะที่พื้นที่ดังกล่าวมีอากาศร้อนจัด ส่งผลให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออกมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยเฉพาะจังหวัดบุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด มีอุณหภูมิลดลง 1-3 องศาเซลเซียส ฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรงในบางพื้นที่

จากนั้นพายุฤดูร้อนที่เกิดขึ้นจะเคลื่อนเข้ามามีผลต่อเนื่องในภาคตะวันออกและเข้าสู่ภาคกลางในช่วง 1-2 วันต่อจากนี้ คือ 14-15 มีนาคม ขอให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวังลมกระโชกแรงในพื้นใกล้ต้นไม้ใหญ่ หรือแผ่นป้ายโฆษณา รวมถึงระมัดระวังฟ้าผ่าในพื้นที่ที่มีฝนฟ้าคะนอง

นายวันชัย กล่าวต่อว่า สภาพอากาศที่กำลังเข้าสู่ฤดูร้อนเต็มตัวของประเทศไทย ส่งผลให้อุณหภูมิสูงขึ้นต่อเนื่องทั่วประเทศ ล่าสุด กรมอุตุฯประเมินว่าอุณหภูมิสูงสุดในปี 2559 จะอยู่ใกล้เคียงกับปี 2558 คือ 43-44 องศาเซลเซียส ซึ่งเวลาที่มีอุณหภูมิสูงสุดหรือวันที่ร้อนสุดของปี จะมีความแตกต่างกันตามช่วงเวลาที่พระอาทิตย์ตั้งฉาก อาทิ ในพื้นที่ภาคใต้วันที่ 13 เมษายน ขณะที่กรุงเทพฯและภาคกลางวันที่ 27 เมษายน และภาคเหนือในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม ดังนั้น ขอให้ประชาชนเตรียมพร้อมปรับร่างกายจากช่วงเวลาที่มีอากาศร้อนจัด อาทิ ระวังการออกพื้นที่โล่งแจ้ง และหมั่นดื่มน้ำเพื่อสร้างความชุ่มชื่นให้แก่ร่างกาย

ที่มา : matichon

ดราม่าจนได้…วิจารณ์ “ติ่งเกาหลี” รอศิลปินแน่นข้ามคืน

Picture 

กลายเป็นประเด็นในสังคมออนไลน์อีกครั้ง เกี่ยวกับประเด็นความชื่นชอบส่วนตัวในกลุ่มศิลปินของบรรดาแฟนคลับ ที่ล่าสุดศิลปินกลุ่มสุดฮอตจากประเทศเกาหลี อย่าง EXO เดินทางมาจัดกิจกรรมมีทติ้งในเมืองไทย ใช้สถานที่อย่าง ห้างสรรพสินค้าลาดพร้าว เป็นที่จัดงาน แต่ภาพบรรดาแฟนคลับจำนวนมาก ต่างเดินทางไปเฝ้ารอคอยการร่วมกิจกรรมครั้งนี้ที่หน้าห้างสรรพสินค้า

ทำให้เกิดเป็นประเด็นแบบ 2 ขั้วอีกครั้ง ผู้คนจำนวนมากที่ปักหลักรอคอยแบบข้ามวันข้ามคืน ตามมาด้วยเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชียลมีเดีย เนื่องจากมีผู้ที่ต้องสัญจรและใช้รถโดยสารย่านนั้นได้รับผลกระทบครั้งนี้ แม้ว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พหลโยธิน ได้มีแผนรองรับ ย้ายป้ายรถประจำทางบริเวณหน้าห้าง ไปอยู่ที่เลนถนนพหลโยธินด้านนอกแล้วก็ตาม แต่ก็ยังคงมีผู้คนวิจารณ์อย่างเนื่อง ทำให้บรรดาแฟนคลับเกาหลีตกเป็นจำเลยของสังคมอีกครั้ง

ที่ทำให้เกิดความเดือดร้อนแก่ผู้อื่น ขณะเดียวกัน อีกหนึ่งมุมมองที่ถูกวิจารณ์หนักเช่นเดียวกัน แฟนคลับและผู้คนจำนวนไม่น้อยที่กล่าวตำหนิทางผู้จัดฯ ที่เลือกสถานที่คับแคบและไม่เหมาะกับการรองรับคนจำนวนมากเป็นสถานที่ใช้จัดงานในครั้งนี้ ทำให้เกิดผลกระทบในหลายภาคส่วน ทั้งที่ยังมีพื้นที่อื่นๆ ในกรุงเทพฯ เหมาะกับการจัดงานในลักษณะนี้ อย่างไรก็ตาม ภาพลักษณะนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดกระแสวิจารณ์ในสังคมไทย แต่ทุกครั้งที่เกิดประเด็นขึ้น ดูเหมือนว่าผู้คนที่ถูกเรียกว่า “ติ่งเกาหลี” มักจะกลายเป็นเป้าหมายโจมตีของคนในสังคม

​ทั้งที่จริงแล้ว คนกลุ่มนี้เป็นเพียงคนกลุ่มหนึ่งที่อยู่ปลายเหตุเท่านั้น และถึงแม้จะเป็นความชื่นชอบและสิทธิส่วนบุคคล แต่บางครั้งก็ถูกมองว่าเป็นสิทธิที่ทำให้ผู้อื่นได้รับความเดือดร้อน… 

Picture

 
Picture

 
Picture

 

ขอบคุณภาพจากทวิตเตอร์คุณ @KBoondham